2024/9/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่เป็น “แม่ค้าออนไลน์” มักสับสนว่าแค่ขายในโซเชียล/มาร์เก็ตเพลสต้องยื่นภาษีไหม คำตอบคือ ถ้ามี “รายได้” ก็มีโอกาสต้องยื่นค่ะ (ยิ่งมีสลิปโอน/รายการรับเงินเยอะ ๆ ควรวางระบบไว้ตั้งแต่แรก) อันนี้เป็นเช็กลิสต์ที่เราใช้เองให้ไม่พลาด 1) ต้องยื่นแบบไหนบ้าง (กลางปี/ปลายปี) - กลางปี: ภ.ง.ด.94 ใช้ยื่น “ครึ่งปี” สำหรับรายได้ช่วง ม.ค.–มิ.ย. โดยปกติยื่นช่วง ก.ค.–ก.ย. (ยื่นออนไลน์มักขยายเวลาได้เล็กน้อย) - ปลายปี: ภ.ง.ด.90 สรุปทั้งปี ยื่นช่วงต้นปีถัดไป (ยื่นออนไลน์มักได้เวลามากกว่า) ทริกของเรา: ทำตารางรายรับรายเดือนแยกครึ่งปีไว้เลย พอถึงเวลายื่นจะไม่รวน 2) รายได้เท่าไหร่ถึง “ควรยื่น” คำว่าเกณฑ์รายได้ในอินโฟกราฟิกจะช่วยให้เห็นภาพสำหรับคนโสด/สมรส ว่าถึงระดับไหนแล้วควรเข้าระบบยื่นภาษีอย่างจริงจัง แต่ต่อให้รายได้ไม่สูงมาก เราก็ยังแนะนำให้ “เก็บหลักฐานและคำนวณเล่นไว้” เพราะปีไหนขายดีขึ้นจะต่อยอดได้ทันที 3) วิธีคำนวณภาษีที่แม่ค้าออนไลน์เจอบ่อย - วิธีขั้นบันได: (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) × อัตราภาษีแบบขั้นบันได สิ่งที่ช่วยลดภาษีได้จริงคือ “ค่าใช้จ่าย” และ “ค่าลดหย่อน” ดังนั้นอย่าลืมเก็บใบเสร็จ/หลักฐาน เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่ากล่องพัสดุ ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน (เก็บไฟล์/รูปไว้ก็ยังดี) - วิธีเหมา 0.5%: กรณีรายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อปี บางแนวทางจะต้องนำรายได้ × 0.5% มาคำนวณ แล้ว “เปรียบเทียบ” กับวิธีขั้นบันได โดยให้จ่ายตามวิธีที่ได้ยอด “สูงกว่า” (อันนี้หลายคนพลาด คิดว่าเลือกอันถูกกว่าได้) 4) บันทึกรายรับรายจ่ายแบบง่าย ๆ ที่ทำได้ทันที เราใช้หลัก 3 ช่อง: วันที่/ช่องทางรับเงิน, ยอดขาย (รายรับ), ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วแนบหลักฐานเป็นลิงก์รูปในโฟลเดอร์เดียวกัน แค่นี้ตอนยื่นภาษีจะหาของเจอ ไม่ต้องไล่สเตทเมนต์ย้อนหลังจนปวดหัว 5) ข้อควรระวังสำหรับคนขายหลายแพลตฟอร์ม อย่าดูแค่ยอดในแอป ให้รวม “ทุกช่องทาง” เช่น โอนเข้าบัญชี, เก็บปลายทาง, ไลฟ์ขาย, อินบ็อกซ์ แล้วค่อยสรุปรวมเป็นรายได้ทั้งปี เพราะเวลาคำนวณภาษีขายของออนไลน์ เขาดูภาพรวมรายได้ค่ะ ถ้าต้องเริ่มจากศูนย์ แนะนำเริ่มจาก “สรุปยอดรายได้รายเดือน + เก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย” ก่อน แล้วค่อยไปต่อเรื่องค่าลดหย่อน/การยื่นกลางปี-ปลายปี จะทำให้การยื่น ภาษีแม่ค้าออนไลน์ ง่ายขึ้นมากค่ะ

ค้นหา ·
ขายของในshopee เสียภาษียังไง