Checklist ว่าคุณเข้าข่าย เป็นโรควิตกกังวลหรือเปล่า ?

Checklist ว่าคุณเข้าข่าย

เป็นโรควิตกกังวลหรือเปล่า ?

1.โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder) เป็นโรคที่เกิดจากความกังวลมากกว่าปกติในเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน หากผู้ป่วยยังมีอาการนานเกินกว่า 6 เดือน อาจทำให้เกิดความอ่อนเพลีย กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ และนอนไม่หลับ

2.โรคแพนิค (Panic Disorder) เกิดจากความวิตกกังวล และตื่นตระหนกโดยไม่มีสาเหตุ โดยจะเกิดอาการเหงื่อออก ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก อาการแบบนี้อาจทำให้นำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ด้วย

3.โรคกลัวสังคม (Social Phobia) คือความวิตกกังวลที่คิดว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมอง รู้สึกประหม่า และมักคิดในแง่ลบ ทำให้เกิดอาการหน้าแดง เหงื่อออก คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว ปวดหัว

4.โรคกลัวแบบเฉพาะ (Phobia) เกิดจากความวิตกกังวล และกลัวในสิ่งหนึ่งสิ่งใดแบบเจาะจง โดยจะรู้สึกกลัวอย่างไม่สมเหตุสมผล และจะมีอาการ เช่น ใจสั่น หน้ามืด อาจทำให้ใจสั่น หายใจลำบาก เหงื่อออก เป็นต้น

5.โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder) ความวิตกกังวลที่เกิดจากการคิดซ้ำไปซ้ำมา ก่อให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลใจ และมีพฤติกรรมตอบสนองอย่างซ้ำ ๆ

6.โรคเครียดหลังเหตุสะเทือนใจ (Post-Traumatic Stress Disorder, PTSD) เกิดจากสภาวะจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้าย โดยอาการที่เกิดขึ้น เช่น ตกใจง่าย หวาดกลัว กังวลในเรื่องเล็กน้อย คิดถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำ ๆ เป็นต้น

หากพบว่าตัวเอง หรือคนรอบข้างมีอาการเข้าข่ายโรคดังกล่าว ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษา และรับคำแนะนำ

ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเพชรเวช

ลองสำเร็จตัวเองดูว่า เรามีข้อไหนอยู่บ้าง แล้ว ปรึกษาจิตแพทย์ อย่าอายที่จะเข้าพบครับ เชื่อผมเถอะมันช่วยได้จริงๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว

#เรื่องใจฟู #lemon8ไดอารี่

2023/9/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ช “โรควิตกกังวล แบบทดสอบ” หรือ “โรคกลัวสังคม อาการ” เพราะไม่แน่ใจว่าที่เป็นอยู่คือเครียดธรรมดา หรือเริ่มเข้าข่ายโรคจริง ๆ ของเราตอนแรกก็คิดว่าแค่พักผ่อนน้อย แต่พออาการวนซ้ำ ๆ เลยลองสังเกตตัวเองแบบเป็นระบบ แล้วมันช่วยให้ตัดสินใจไปคุยกับหมอได้เร็วขึ้น วิธีเช็กตัวเองแบบง่าย (สไตล์ทำเช็กลิสต์) 1) เช็ก “ความถี่” และ “ระยะเวลา” : อาการเป็นเกือบทุกวันไหม และต่อเนื่องนานแค่ไหน (โดยเฉพาะกลุ่มโรควิตกกังวลทั่วไป มักลากยาวเป็นเดือน ๆ) 2) เช็ก “ผลกระทบต่อชีวิต” : ทำงาน/เรียนตก สมาธิสั้น เลี่ยงการพบคน นอนหลับยาก หรือใช้ชีวิตลำบากกว่าเดิมหรือเปล่า 3) เช็ก “อาการทางกาย” ที่มักมาคู่กัน: ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก มือสั่น เหงื่อออก ปวดหัว คลื่นไส้ กล้ามเนื้อตึง 4) เช็ก “สิ่งกระตุ้น” : เป็นทุกสถานการณ์ หรือเฉพาะบางอย่าง เช่น เข้าห้องประชุม/พรีเซนต์/ขึ้นรถไฟฟ้า/เห็นสิ่งที่กลัว โฟกัสคำค้นที่คนกังวลกันบ่อย - โรคกลัวสังคม (Social Phobia) อาการ: ไม่ใช่แค่เขิน แต่จะกลัวการถูกจับจ้อง/ถูกตัดสินจนหลีกเลี่ยงสังคม ร่างกายอาจหน้าแดง เหงื่อออก ตัวสั่น พูดติดขัด และหลังเหตุการณ์มัก “ทบทวนซ้ำ ๆ” ว่าตัวเองพลาดอะไร - โรคแพนิค (Panic) : อาการจะมาเป็น “ระลอก” แบบฉับพลัน ใจเต้นแรง แน่นหน้าอก เหมือนจะเป็นลม หลายคนคิดว่าหัวใจจะวาย ทำให้ยิ่งกลัวและวนลูปหนักขึ้น - OCD/ย้ำคิดย้ำทำ: มีความคิดกังวลวน ๆ แล้วต้องทำบางอย่างซ้ำ ๆ เพื่อให้สบายใจ (เช็กล็อกประตู ล้างมือ นับซ้ำ) - PTSD: หลังเหตุสะเทือนใจจะตกใจง่าย หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ฝันร้าย/คิดถึงเหตุการณ์ซ้ำ ๆ “โรควิตกกังวล รักษา” เริ่มจากอะไรได้บ้าง - บันทึกอาการ 1-2 สัปดาห์: เวลาเกิด เหตุการณ์ก่อนหน้า ระดับความกังวล 0-10 อาการทางกาย และสิ่งที่ทำแล้วดีขึ้น - ดูแลพื้นฐานให้แน่น: นอนให้พอ ลดคาเฟอีน/แอลกอฮอล์ ออกกำลังเบา ๆ สม่ำเสมอ - เทคนิคระยะสั้นเวลาวิตกกังวล/แพนิคมา: หายใจช้าและยาว (นับในใจ), grounding 5-4-3-2-1 เพื่อดึงกลับมาอยู่กับปัจจุบัน - การรักษาหลัก: จิตบำบัด (เช่น CBT) และ/หรือยาตามดุลยพินิจแพทย์ ซึ่งหลายคนดีขึ้นจริงเมื่อรักษาต่อเนื่อง ควรพบแพทย์/จิตแพทย์เมื่อไหร่ ถ้าอาการรบกวนการใช้ชีวิต ชัดเจนว่าเลี่ยงสังคมมากขึ้น นอนไม่หลับเรื้อรัง มีแพนิคซ้ำ ๆ หรือเริ่มมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญทันที (ไม่ต้องรอให้ “หนักกว่านี้”). สิ่งที่อยากบอกคืออย่าอายที่จะไปพบหมอ—การขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องปกติ และมันช่วยได้จริง ๆ

ค้นหา ·
อาการกลัววิตกกังวล