TOKYO - โตเกียว 🇯🇵 สำหรับมือใหม่ สายเปื่อย สายชิล

#เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #เที่ยวต่างประเทศ #เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง #เที่ยวต่างประเทศกับlemon8

“TOKYO” เป็นเมืองที่พวกเราไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก.. ต้องขอบอกก่อนว่าทริปนี้ เราทำแพลนเที่ยวเองทั้งหมด อาจจะไม่ใช่แพลนที่ดีที่สุดน้าาา เอาเป็นว่าเป็นบันทึกความทรงจำละกันค่ะ

✈️ ตั๋วเครื่องบิน : ช่วง High season เราเลือกบิน TG คนละ 30,600฿ สนามบินฮาเนดะ (ใครมีแพลนจะไปแนะนำให้หาตั๋วล่วงหน้านานๆหน่อยนะ จะได้ตั๋วถูกกว่านี้) จองรถบัสไปชินจูกุ จากแอพ Klook ประมาณคนละ 4ร้อยกว่าบาท

🏨 Hotel : พักย่านชินจูกุ Premier Hotel Cabin Shinjuku (11,600/4คืน) และ Super Hotel Fuji Kawaguchiko (3,500/1คืน)

🚆 การเดินทางในโตเกียว : ส่วนใหญ่ใช้ Metro ซื้อบัตร Suica สะดวกมาก ใช้จ่ายตามร้านสะดวกซื้อได้ด้วยน้าา (เราซื้อ 2 ใบเติมเงินไปทั้งหมด 3,000฿)

🍱 อาหาร : ส่วนมากไม่ค่อยแพลนร้านไปก่อน จะเดินหาเอาข้างหน้าน้าา (เงินกองกลางสำหรับใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าแท็กซี่ และค่ารถบัส คนละ 15,000฿)

Day 1 : Shinjuku, Tokyo

-เช็คอินโรงแรม Premier Hotel Cabin Shinjuku

-ประเดิมมื้อแรก ร้าน Iekei-Ramen

-อัพเดทลุควัยรุ่น Japan > GU ใครมีแพลนเที่ยวเมืองหนาว โค้ทแบรนด์นี้คือดีงามมาก ผ้าดี ใส่สบาย และที่สำคัญไม่หนักด้วยจ้า

-หลังจากช็อปปิ้งเป็นที่เรียบร้อย เราก็ต้องเติมพลังกันอีกแล้ว มาถึงญี่ปุ่น จะพลาดปิ้งย่าง+ไวน์ ได้ยังไงก่อนนน

-สุดท้ายก่อนกลับไปพักผ่อนเอาแรง ก็แวะ Food Truck

ย่านชินจูกุ ซะหน่อย ขนมปังแป้งหนาเหมือนเบอเกอร์แต่มีไส้เป็นไส้กรอกและซอสอะไรไม่รู้ อร่อยแบบแปลกๆดี

Day 2-3 : Kawaguchiko, Mt.Fuji

-ออกเดินทางโดยรถบัส จากสถานีชินจูกุไปยัง คาวากุจิโกะ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. เนื่องจากช่วงที่เราไปคนเยอะมาก เลยได้รถรอบ บ่ายโมงครึ่ง ไปถึงก็ 4 โมงละจ้า เดินแบกกระเป๋าจากสถานีบัส ไปโรงแรมประมาณ 1.5 กิโล (โครตเหนื่อย อย่าหาทำอีก)

-เช็คอินโรงแรม และเดินออกไปซุปเปอร์ ซูชิถูกมากกก และอร่อยมากด้วย (โรงแรมมีเครื่องดื่มฟรีไม่อั้นด้วยน้าา ไวน์ที่นี่ดีมาก กินแบบไม่ฝืนดี) หมดวันที่2 ไปแบบงงๆ

Day 3 :) เช็คเอ้าท์โรงแรม และเดินกลับไปสถานีรถ จองตั๋วกลับชินจูกุ ที่สถานีมีจุดให้ฝากกระเป๋าด้วยน้าา(ใบละ 150฿) สะดวกมากๆค่าา และเราก็ทำการโบกคุณลุงแท็กซี่ไป Lake เพื่อกินไอติมและดูฟูจิซังชัดๆ ถ่ายรูปทำคอนเทนท์เสร็จ กลับมาสถานีเพื่อกลับในเมืองจ้า ขากลับกว่าจะถึงคือกินเวลาไปครึ่งวัน มาถึงก็ไปต่อค่ะ เดินสายหาร้านปิ้งย่างสิคะ รออะไร…

Day 4 : Tokyo Disneyland ดีสนีย์แลนด์ดินแดนเจ้าหญิง

เริ่มต้นวันก็ 11 โมงแล้วค่ะ ตามสไตล์สายชิล เดินไปสถานีชิจูกุ เพื่อขึ้น Metro ไปดีสนีย์แลนด์ (อ้อ.. ลืมบอกว่า เราซื้อบัตรเข้า คนละ 2,400฿ น้าา) ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นทั้งวันนน หลงอยู่ในดงมิกกี้เม้าส์จนจุใจ และคนเยอะสุดๆ หมดไปอีกวันแบบไม่รู้ตัวขากลับแวะช็อปรองเท้ายอดฮิตที่ใครๆมาก็ต้องซื้อ NB530 ที่นี่ถูกมากนะ คู่ละประมาณ 2,900฿ เทียบกับที่ไทยคือ 4พันอัพ แถมซื้อของที่นี่ทำ Tax refund ได้ด้วยน้าา คุ้มที่สุดด และแล้วววว.. ก็ถึงเวลาเดินสายกินค่ะ วันนี้เปลี่ยนจากปิ้งย่างมาเป็น ชาบูหม่าล่าบ้าง (รสชาติแบบ.. คิดถึงหมูกะทะที่ไทยสุดดด 🙄)

Day 5 : วัดอาซากุสะ ที่ทุกคนเรียกกันนน

เริ่มต้นวันเช้ากว่าปกติ เราก็เริ่มออกเดินหาซื้อของฝาก จากนั้นก็ไปต่อค่ะ สายมูอย่างเราจะพลาดการไหว้ขอพรได้อย่างไร แต่ก่อนจะขอพร ขอกินก่อนได้มั้ยล่าาา… ชาเขียวเอย สตอเบอรี่เอย โมจิเอย เสร็จภารกิจท้องอิ่ม เราก็เริ่มพิธีไหว้ขอพร และเช่าเครื่องรางค่ะ จัดมาแทบทุกอันก็ว่าได้…

Last Station: ศาลเจ้าเมจิ

มาแบบงงๆ เพราะไม่มีในแพลน ด้วยความที่ใกล้กลับแล้ว อยากมูให้คุ้มให้จุใจ ก็ทำการเสิร์จหาข้อมูลศาลเจ้าที่ใกล้ที่สุด แบะออกเดินทางไปเลยค่ะ เกือบไม่ทันเวลาเพราะที่นี่ ปิด 4โมงเย็น เดินเข้าไปไหว้ขอพร เห็นคนต่อแถวเซียมซีเยอะมาก อ่ะเราก็ไม่พลาดสิคะ สรุปทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าแปลว่าอะไร

จบทริปญี่ปุ่นแบบชิลแบบเปื่อยกันแบบงงๆ เตรียมกลับไทย

รู้สึกยังเที่ยวไม่คุ้มเลย แต่จะเก็บไว้เป็นประสบการณ์ ครั้งหน้าน่าจะจัดแพลนได้ดีกว่านี้แน่นอน

เจอกันทริปหน้านะคะ >> Taiwan is calling me 🍂

2023/3/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังหา “รูปภูเขาไฟฟูจิสวยๆ” แต่ยังนึกไม่ออกว่าต้องไปถ่ายตรงไหน/ช่วงเวลาไหน เราขอมาแชร์ทริคจากทริปคาวากุจิโกะของเราแบบคนเที่ยวเอง มือใหม่ สายชิล (แพลนไม่แน่น) แต่ก็ได้รูปฟูจิซังกลับมาเยอะมากค่ะ 1) เลือกวันให้ถูก: เช็คสภาพอากาศก่อนออกจากโตเกียว ฟูจิซังจะสวยที่สุดวันที่ฟ้าเปิด ลมไม่แรง และเมฆไม่เกาะยอด เราใช้วิธีเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้า (ดูเปอร์เซ็นต์เมฆ/ฝน) แล้วค่อยตัดสินใจไปคาวากุจิโกะ วันไหนเมฆเยอะมากๆ ต่อให้ไปถึงก็อาจเห็นแค่เงาๆ แนะนำว่าถ้ามีเวลาให้เผื่อ 1 วันไว้สลับแพลน จะได้ไม่เฟลค่ะ 2) เวลาไหนได้ฟูจิชัด: เช้าตรู่ vs ช่วงบ่าย จากประสบการณ์เรา “เช้า” มักฟ้าใสกว่า เห็นภูเขาไฟฟูจิชัดและคอนทราสต์สวย ถ้าอยากได้ฟีลละมุนๆ ลองถ่ายช่วงเช้าถึงสาย แต่ถ้าไปแบบสายชิลตื่นสายก็ไม่เป็นไร แค่ต้องทำใจว่าเมฆอาจมาบังเป็นช่วงๆ (ข้อดีคือได้รูปฟูจิแบบมีเมฆลอยๆ ก็สวยอีกแบบเหมือนกัน) 3) มุมถ่ายรูปฟูจิที่มือใหม่ทำตามง่าย (คาวากุจิโกะ) - ริม Lake Kawaguchiko: เดินเลาะริมทะเลสาบแล้วหามุมที่เห็นภูเขาเต็มลูก ฉากหลังเป็นน้ำ จะได้รูปฟูจิซังดูอลังและโล่งสบายตา - มุม “ฟูจิ + วิถีคนเที่ยว”: เราชอบถ่ายให้มีคน/ถนน/ต้นไม้แปะก๊วยสีเหลืองเข้ามานิดๆ ภาพจะมีเรื่องราว ไม่ใช่แค่ภูเขาลอยๆ (ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือสวยมาก) - ถ่ายคู่กับของกิน: เราเคยไปกินไอติมแล้วถ่ายให้มีฟูจิอยู่ด้านหลัง รูปออกมาน่ารักและดูเป็นทริปจริงๆ ไม่ตั้งใจเกิน 4) ทริคถ่ายให้ “ฟูจิซัง” ดูใหญ่และชัด - ใช้เลนส์ซูม/ซูมในมือถือเล็กน้อย (2x–3x) จะช่วยดึงภูเขาให้ดูใกล้ขึ้น - แตะโฟกัสที่ภูเขาแล้วลดแสงลงนิดเดียว ยอดฟูจิจะคมขึ้นและท้องฟ้าไม่ขาวโพลน - ถ่ายเผื่อหลายๆ เฟรม เพราะเมฆเปลี่ยนเร็วมาก บางทีรอ 2–3 นาที เมฆเปิดคือได้รูปสวยเลย 5) เดินทางไป-กลับจากชินจูกุแบบไม่ปวดหัว ถ้าไปจากชินจูกุ รถบัสเป็นตัวเลือกที่ง่ายสุดสำหรับมือใหม่ แต่ช่วงคนเยอะอาจได้รอบบ่าย ทำให้ไปถึงเย็น (เราเคยเจอแล้วค่ะ) แนะนำจองล่วงหน้าให้ได้รอบเช้า และถ้าถึงสถานีแล้วอยากตัวเบา ให้ใช้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าก่อนค่อยออกไปถ่ายรูป จะเดินสบายขึ้นมาก 6) ไอเดีย “เช็กลิสต์รูปภูเขาไฟฟูจิสวยๆ” ที่ควรถ่ายกลับมา - ฟูจิเต็มเฟรมแบบคลีนๆ 1 รูป - ฟูจิ + คน (ยืนหันหลัง/ถือเครื่องดื่ม/ถือใบไม้แปะก๊วยสีเหลือง) - ฟูจิ + ทะเลสาบ (ให้มีเงาสะท้อนน้ำถ้าฟ้าเปิด) - ฟูจิ + บรรยากาศเมืองเล็กๆ (ถนน ป้ายรถบัส ร้านสะดวกซื้อ) หวังว่าทริคพวกนี้จะช่วยให้ได้รูปภูเขาไฟฟูจิสวยๆ แบบที่ตั้งใจนะคะ ถึงจะเป็นทริปสายชิล แต่อย่างน้อยกลับมามีทั้งรูป Mount Fuji Kawaguchiko และความทรงจำแน่นๆ เหมือนเราเลย

ค้นหา ·
เที่ยวโตเกียว

26 ความคิดเห็น

รูปภาพของ TNPTNP
TNPTNP

ขอพิกัดกระเป๋าด้วยค่า🥺💕

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ Own time
Own time

ขอพิกัด เสื้อ ครับ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม