Automatically translated.View original post

Stimulate the development of newborn-1 year

Introducing toys that my mother used to play with her to stimulate development.

🩷 pivotal in toy shopping choices.

✨ focus on bright colored materials. Stimulate vision.

✨ materials and colors used must be safe for young children.

✨ every toy has to be put in its mouth, except for a storybook or a picture book.

✨ toys should be larger than 3 cm or more. Prevent throat addiction.

❌ toys mom wouldn't buy.

✨ a baby toddler inside the car: accidents occur very often and do not help the child walk up.

✨ all kinds of charcoal toys: Robots have flashing lights, talking sound imitation dolls follow

✨ talking pen: Children learn to speak from watching adult mouths

❤️ the most important thing is to play with a lot of children, laugh, smile often.

Because parents are the best toys for children ❤️

# Kids toys # Training toys stimulate child development # Child development # Mother and child # Mother and Child Essentials Review

2025/1/29 Edited to

... Read moreถ้าเสิร์ชคำว่า “เด็กกางร่ม” ส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่จะหมายถึงท่าที่ลูกกางแขนออกเหมือนร่ม เวลาถูกยกตัว เปลี่ยนท่า หรือมีเสียง/แสงมากระตุ้นกะทันหัน ซึ่งหลายคนเรียกกันว่า “สะดุ้งกางแขน” (คล้ายรีเฟล็กซ์ของทารก) บ้านเราเคยเจอช่วงเล็กๆ เหมือนกัน ตอนนั้นสิ่งที่ช่วยได้คือทำความเข้าใจว่าเป็นพฤติกรรมที่เจอได้ในวัยทารก และจัดสภาพแวดล้อมให้ลูกสบายตัวขึ้น สิ่งที่เราใช้สังเกตเวลา “กางร่ม” - เกิดตอนกำลังง่วง/เพิ่งตื่น หรือมีเสียงดัง แสงจ้า อุณหภูมิเปลี่ยน - ลูกดูตกใจชั่วคราว แล้วกลับมาปกติได้เอง - ถ้าเกิดถี่มาก ร้องไห้หนัก เกร็งทั้งตัว หรือมีอาการอื่นร่วม (กินนมน้อย ซึม ไม่ค่อยตอบสนอง) อันนี้เราเลือกปรึกษากุมารแพทย์เพื่อความสบายใจ ทริคที่ช่วยลดการสะดุ้งกางแขนแบบที่บ้านเราใช้ 1) อุ้ม/วางตัวให้ “ค่อยเป็นค่อยไป” เวลาอุ้มขึ้นจากที่นอนหรือเปลี่ยนท่า อย่ากระตุกเร็วเกินไป มือหนึ่งประคองคอและไหล่ให้มั่นคง ลูกจะไม่ตกใจ 2) ทำให้บรรยากาศนิ่งขึ้นก่อนนอน ลดเสียงดัง ลดไฟจ้า เปิดไฟสลัวๆ แล้วค่อยพาลูกเข้าสู่การนอน 3) ห่อตัวแบบพอดี (ถ้าลูกยังเล็กและยังห่อตัวได้) จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยขึ้น แต่ต้องระวังไม่ห่อแน่นเกินและเลือกผ้าที่ระบายอากาศดี แล้ว “เล่นอะไรดี” ให้ตรงกับพัฒนาการ 0–12 เดือน (เน้นของที่ปลอดภัยและใช้ได้จริง) - วัย 0–2 เดือน: ลูกยังชอบมอง “ขาวดำ/แดง” เราใช้บัตรภาพลายจุด ลายทาง หรือรูปทรงง่ายๆ วางห่างหน้าเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เลื่อนไปช้าๆ ให้ลูกมองตาม - วัย 3–4 เดือน: เริ่มคว้าจับ เราแขวนโมบายสีสดใสระดับสายตา หรือให้ตุ๊กตาบีบมีเสียงเบาๆ เพื่อฝึกเอื้อมและจับ (หลีกเลี่ยงไฟกระพริบแรงๆ) - วัย 5–6 เดือน: ชอบหยิบเข้าปาก เลือกยางกัด ของเล่นผ้า มาราคัสเขย่าเบาๆ ให้ฝึกจับ-ปล่อย และมองตามวัตถุ - วัย 7–8 เดือน: เริ่มคลาน/สำรวจ เราชอบเล่นจ๊ะเอ๋ และใช้บล็อกไม้รูปทรงง่ายๆ หรือของเล่นที่ให้จับคู่รูปทรง เพื่อฝึกการแก้ปัญหา - วัย 9–10 เดือน: เริ่มเกาะยืน เน้นของเล่นสัมผัสหลากหลาย เช่น หนังสือผ้า บล็อกผ้าตัวอักษร หรือบล็อกไม้สีต่างๆ ให้หยิบ-วาง-เรียง - วัย 11–12 เดือน: เริ่มพูด เดิน ขีดเขียน เราเลือกหนังสือภาพเล่มใหญ่ ชวนชี้รูปและพูดตาม ใช้สีสำหรับเด็ก/อุปกรณ์ขีดเขียนแบบปลอดภัย และรถผลัก (แบบเข็นด้านหน้า) เพื่อฝึกทรงตัว เช็กลิสต์เลือกของเล่นให้ปลอดภัย (กันสำลัก/เข้าปากได้) - ชิ้นใหญ่กว่า ~3 ซม. ไม่มีชิ้นส่วนหลุดง่าย - สีและวัสดุปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก และทำความสะอาดได้ - ของเล่นส่วนใหญ่ควร “อมได้” ยกเว้นหนังสือนิทาน/หนังสือภาพ สุดท้ายที่เราเชื่อจริงๆ คือ ต่อให้มีของเล่นดีแค่ไหน “การเล่นกับพ่อแม่” ยังสำคัญที่สุด ลองคุยกับลูกบ่อยๆ ยิ้ม หัวเราะ ทำเสียงสูงต่ำ ชี้ชวนมองสิ่งรอบตัว พัฒนาการจะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป และคุณพ่อคุณแม่ก็จะสบายใจขึ้นด้วยค่ะ