Pre-order : “พ่อแม่ในตัวเรา: เรื่องราวของความโกรธ เกลียดและการคืนดี” โดย โตมร ศุขปรีชา
ราคาพิเศษ จากราคา 275.- เหลิอเพียง 233.-
สั่งจอง : m.me/Bookmoby
เริ่มจัดส่งช่วงสิ้นเดือน เป็นต้นไป
หนังสือ “พ่อแม่ในตัวเรา: เรื่องราวของความโกรธ เกลียด และการคืนดี”
เกิดขึ้นจากการสังเกตเห็น ‘ปรากฏการณ์’ ที่ลูกๆ จำนวนไม่น้อยในสังคมยุคใหม่ แสดงออกให้เห็นว่าพวกเขามีปัญหากับพ่อแม่ที่จริงแล้ว ทั้ง ‘ประสบการณ์’ และ ‘มวลอา รมณ์’ ของพ่อแม่
คือสิ่งที่ส่งต่อมายังลูกทั้งในรูปแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวเราแต่ละคนได้รับ ‘มรดกทางอารมณ์’ จากคนรุ่นก่อน ไม่ว่าเราจะเป็นคนน่ารักมองโลกในแง่ดี ยิ้มง่าย มองโลกใสๆ หรือกลัว โกรธ และความเจ็บปวดก็ตามสิ่งเหล่านี้ถูกส่งต่อได้หลากหลายวิธี ทั้งผ่านพันธุกรรมและการเลี้ยงดูและจะชวนคุณไปดูว่า พ่อแม่ที่ ‘เป็นพิษ’ กับลูก คือพ่อแม่แบบไหน อะไรคือ‘เงามืด’ ในจิตใจของเราที่เราเก็บงำซ่อนเอาไว้ลึกล้ำแต่ส่งผลต่อแง่มุมทางจิตใจของเรา อะไรคือ ‘บาดแผล’ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั้น
นี่คือหนังสือที่จะชวนคุณไป ‘สำรวจ’ ดูว่า มนุษย์เราสามารถมี ‘บาดแผล’
และ ‘ความลับ’ ในครอบครัวที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ในเรื่องไหนบ้าง
และสิ่งเหล่านั้นสามารถหล่อหลอมชีวิตเราได้อย่างไร
ถ้าคุณกำลังเสิร์ชหา “หนังสือของโตมร ศุขปรีชา” แล้วลังเลว่าจะเริ่มจากเล่มไหนดี เราว่า “พ่อแม่ในตัวเรา: เรื่องราวของความโกรธ เกลียด และการคืนดี” เป็นเล่มที่อ่านง่าย แต่ทิ้งคำถามไว้ให้คิดยาวๆ โดยเฉพาะคนที่โตมากับความสัมพันธ์ในบ้านที่พูดกันไม่หมด หรือมีเรื่องที่เหมือน “ความลับในครอบครัว” ที่ไม่เคยถูกหยิบมาคุยตรงๆ สิ่งที่เราชอบคือโทนของหนังสือไม่ได้ชี้นิ้วว่าพ่อแม่ผิดหรือเราผิด แต่พาไปเห็นว่า “ประสบการณ์” และ “มวลอารมณ์” ของพ่อแม่สามารถส่งต่อมาถึงลูกได้ทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว เหมือนเราได้รับ “มรดกทางอารมณ์” ติดตัวมา พออ่านไปเรื่อยๆ จะเริ่มจับสัญญาณบางอย่างได้ เช่น เวลาเราหงุดหงิดง่าย กลัวการถูกปฏิเสธ ชอบเอาใจคนอื่นจนล้า หรือรู้สึกผิดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางทีมันไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่อาจผูกกับบาดแผลเก่าในบ้านที่เราไม่เคยตั้งชื่อให้มัน อีกจุดที่หนังสือชวนคิดคือภาพของ “พ่อแม่ที่เป็นพิษ” ไม่ได้หมายถึงคนเลวเสมอไป แต่อาจเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทำร้ายกันซ้ำๆ เช่น การควบคุมมากเกินไป การใช้ความเงียบลงโทษ การดูถูกเปรียบเทียบ หรือการทำให้เรารู้สึกว่า “ต้องดีพอ” ถึงจะมีค่า พอเราเห็นแพตเทิร์น ก็จะเริ่มแยกได้ว่าอะไรคือเรื่องของเรา อะไรคือเงื่อนไขทางอารมณ์ที่ถูกส่งต่อมา ถ้าจะให้แนะนำวิธีอ่านแบบได้ประโยชน์ ลองอ่านไปพร้อมจดประโยคที่สะดุดใจ แล้วถามตัวเอง 3 ข้อ: (1) ฉันเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ตอนไหน (2) ฉันตอบสนองยังไง—โกรธ เงียบ หนี หรือเอาใจ (3) ถ้าย้อนกลับไป ฉันอยากปลอบตัวเองว่าอะไร วิธีนี้ทำให้หนังสือไม่ใช่แค่อ่านผ่าน แต่กลายเป็นการ “สำรวจ” ตัวเองจริงๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มคืนดีกับบ้าน แต่ยังไม่พร้อมคุยตรงๆ หนังสือช่วยให้เริ่มจากการเข้าใจตัวเองก่อน พอเรามองเห็นเงามืดและบาดแผลชัดขึ้น การตั้งขอบเขต (boundaries) หรือการสื่อสารแบบไม่ปะทะก็จะทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม และถ้าช่วงนี้คุณกำลังตามอ่าน “หนังสือเข้าใหม่” แนวจิตวิทยาครอบครัว เล่มนี้เป็นตัวเลือกที่อ่านได้ทั้งคนที่ยังโกรธอยู่และคนที่อยากวางความค้างคาไว้ข้างหลัง

















