ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ประโยคที่ใช้ในชีวิตจริง🍋📚📝🇬🇧🕰️

เริ่มจากเลือกหนังที่ชอบ จะได้ไม่น่าเบื่อ ขั้นตอนง่ายๆ

🦋จดศัพท์ที่ไม่รู้เเปลกๆจากหนัง

🐞จดประโยคที่น่าสนใจ ไว้มีโอกาศได้พูดแน่

ที่สำคัญอ่านทวนเวลาว่าง เพราะมันใช้ในชีวิตจริงได้จริงๆค่ะ 📚🇬🇧🕰️

#ภาษาอังกฤษ #เก่งภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษ #ฝึกภาษากับlemon8 #Netflix #ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #ดูหนัง #ติดเทรนด์ #studytips

#ทริคการเรียน

2024/9/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าอยาก “ฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง” ให้ได้ผลจริง (ไม่ใช่ดูเพลินแล้วจบ) เราแนะนำให้ทำเป็นระบบเล็กๆ แบบที่ทำอยู่ทุกวันค่ะ เหมาะมากกับสาย Netflix เพราะบทสนทนาจะเป็นภาษาที่คนใช้จริงในชีวิตประจำวัน 1) เลือกเรื่องที่ชอบ + เลือกแนวที่ภาษาใกล้ตัว เราเริ่มจากเรื่องที่ดูสนุกก่อน เช่น Twilight, Stranger Things, Gilmore Girls, The Queen’s Gambit หรือ Anne (with an E) เพราะถ้าชอบ เราจะอยากดูต่อและอยากรู้ว่าตัวละครพูดว่าอะไร แนะนำเริ่มจากซีรีส์แนวชีวิตประจำวัน (เช่น Gilmore Girls) จะได้ประโยคใช้จริงเยอะกว่าแนวแฟนตาซี/สยองขวัญ แต่ถ้าชอบแนวไหนก็เลือกได้เลย ขอแค่ดูแล้วไม่ฝืน 2) ตั้งค่าซับให้ช่วย “ฟัง-อ่าน” ไปพร้อมกัน รอบแรกเราเปิดซับอังกฤษ (English subtitles) เพื่อเชื่อมเสียงกับคำเขียน ถ้ายากมากค่อยสลับเป็นซับไทยบางช่วงได้ แต่พยายามกลับมาซับอังกฤษให้เร็วที่สุด เพราะเป้าหมายคือเก็บคำ/ประโยคจากของจริง 3) เทคนิคจดศัพท์: จดแค่ที่ “เจอบ่อย” หรือ “จำเป็นต้องใช้” เราใช้สมุดจดคำศัพท์ แบ่งเป็น 3 ช่อง: คำศัพท์/วลี (phrase) + ความหมายไทย + ตัวอย่างประโยคจากหนัง (คัดมาสั้นๆ) คำที่ควรจดมักเป็น phrasal verbs และคำที่ใช้บ่อย เช่น figure out, make up, calm down, be into something การจดเป็น “วลี” จะเอาไปใช้พูดได้ง่ายกว่าจดเป็นคำโดดๆ 4) เทคนิคจดประโยค: เลือกประโยคสั้นๆ ที่เอาไปใช้ได้ทันที เราเน้นประโยคในชีวิตจริง เช่น ขอเวลา, ปฏิเสธอย่างสุภาพ, ชวนเพื่อน, ขอโทษ, ตอบแชต ตัวอย่างหมวดที่ชอบจด: - ขอให้พูดซ้ำ: “Could you say that again?” - ขอเวลา: “Give me a second.” - เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย: “I’m not sure about that.” - ชวนทำอะไร: “Do you want to…?” จดแล้วเขียนคำแปลไทยแบบที่เราใช้จริง ไม่ต้องทางการมาก จะจำง่ายค่ะ 5) วิธีทวนที่ไม่เหนื่อย: ทวน 5 นาที/วัน + พูดตาม (shadowing) เวลาว่างเราเปิดสมุดทวนวันละนิด หรือเลือก 3 ประโยคมาพูดตามเสียงในหนัง 2–3 รอบ เน้นจังหวะและน้ำเสียง (intonation) มากกว่าความเร็ว ทำบ่อยๆ จะเริ่มพูดลื่นขึ้น 6) เอาไปใช้จริงทันที ลองตั้งเป้า 1 วันใช้ 1 ประโยค เช่น ใช้กับเพื่อนในแชต หรือพูดกับตัวเองหน้ากระจกก็ได้ พอใช้ได้จริง เราจะจำแม่นกว่าเดิมมาก สรุปคือ ดูหนัง/ซีรีส์ให้เป็น “ห้องเรียนภาษาอังกฤษ” ได้เลย แค่เลือกเรื่องที่ชอบ แล้วจดศัพท์+จดประโยคจากบทสนทนาจริง พร้อมทวนสั้นๆ สม่ำเสมอ ทำไปเรื่อยๆ จะมีคลังประโยคไว้พูดในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องท่องหนักค่ะ

ค้นหา ·
ประโยคจากหนังใน netflix