เราเพิ่งไปสอบ toeic มาเดือนนี้และผลสอบเพิ่งออก ตอนแรกลุ้นมากแต่ในที่สุดก็ได้ 990 คะแนนเต็ม เย้ *ੈ♡⸝⸝🪐༘⋆
ส่วนตัวเราเป็นคนชอบฝึกจากข้อสอบเลย เราถือคติว่าถ้าอยากทำข้อสอบเก่งก็ต้องอ่านจากข้อสอบ ยิ่งเยอะยิ่งดี แต่ไม่ได้กดดันตัวเองขนาดนั้น เรามีเวลาเตรียมตัว 3-4 เดือน ก็พยายามทำข้อสบอวันละ 1 ชุด แบบจับเวลาทำจริงๆ ไม่เปิด เฉลยดูก่อน พอทำเสร็จก็มาจดศัพท์ที่ไม่รู้ แกรมม่าที่จำไม่ได้ และดูว่าพาร์ทไหนเราอ่อนที่สุด ก๋จะฝึกทำพาร์ทนั้นแยกเน้นๆ ค่อยกลับมาทำแบบเต็มต่อ จะได้อัพคะแนนจุดที่ชอบพลาดได้
เราไม่ค่อยอ่านหนังสือศัพท์หรือแกรมม่าแยก เพราะมันเยอะมากก เราไม่มีทางรู้ว่าเค้าจะเอาอะไรมาออก เพราะงั้นจะพยายามจับทางจากข้อสอบที่ทำ แล้วหาต่อ สิ่งที่เราแนะนำคือ
- หาพวก preposion ว่าแต่ละอันใช้กับอะไร เอาแค่พื้นฐานพอ
- พวก phrasal verb พื้นฐาน
- แม่น tense, phrase, clause รูปแบบต่างๆ ที่ใช้บ่อย
หนังสือเราแนะนำของ tbx เลย เฉลยละเอียดมากๆ
จากนั้นต่อด้วยหนังสือจากเว็บ memmoread https://memmoread.website/toeic-book/ มีหลายเล่ม ฌหลดมาทำได้พร้อมเฉลยและไฟล์เสียง แต่ถ้าอยากได้เฉลยละเอียดต้องจ่ายเพิ่ม ส่วนตัวเราใช้แบบฟรี แต่คิดว่าคุ้มแน่นอนถ้าจ่ายเพิ่มคับ
เพื่อนๆ มีวิธีไหนดีๆ มาแนะนำด้านล่างได้น้า เป็นกำลังมจให้ค่า ฝึกบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง
เรายืมหนังสือมาจากห้องสมุด แต่เราหาลิงค์มาให้แล้ว
📍พิกัดหนังสือ tbx อยูลิงค์หน้าโปรไฟล์เลยค่า
#TOEIC #toeic2024 #howto #สอบtoeic #สอบภาษาอังกฤษ #สอบtoeicเต็ม
#ทริคการเรียน
ถ้าเป้าหมายคือ TOEIC 990 สิ่งที่ช่วยมาก (จากประสบการณ์ที่ซ้อมแบบ “ทำข้อสอบจริงให้ชิน”) คือทำให้การซ้อมใกล้สนามสอบที่สุด และคุม “ความพลาดเล็กๆ” ให้เหลือน้อยที่สุด เพราะคะแนนระดับนี้หลุดได้จากรายละเอียดจุกจิกมากๆ
1) วางตาราง 3-4 เดือนแบบทำได้จริง
- ช่วงเดือนที่ 1: ทำชุดเต็ม 1 ชุด/วัน (หรือ 4-5 วัน/สัปดาห์) แบบจับเวลาเหมือนสอบจริง แล้ว “วิเคราะห์” มากกว่าทำปริมาณ
- ช่วงเดือนที่ 2-3: เน้นพาร์ทที่อ่อนแยก (Listening/Reading) แล้วค่อยกลับมาทำชุดเต็มสลับวัน
- ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย: ทำ Mock test เต็มชุดถี่ขึ้น เน้นความนิ่ง ความเร็ว และลดข้อผิดพลาดเดิมๆ
2) วิธี “ตรวจข้อสอบ” ให้คะแนนขึ้นไว
หลังทำเสร็จอย่าแค่ดูเฉลยถูก/ผิด แต่ให้ทำ 3 อย่างนี้ทุกครั้ง
- จดคำศัพท์/วลีที่ไม่รู้ (เน้นคำที่เจอบ่อยในโจทย์สายงาน เช่น schedule, shipment, invoice, facility)
- จดแกรมม่าที่พลาด พร้อมเหตุผลสั้นๆ ว่าทำไมข้อนี้ต้องข้อนี้ (เช่น tense, clause, part of speech)
- ทำลิสต์ “ข้อผิดพลาดประจำตัว” เช่น อ่านไม่ทัน, เผลอเลือกคำคล้าย, หลุด preposition แล้วกลับมาทวนลิสต์นี้ทุกสัปดาห์
3) ทริค Listening ให้คุมแต้ม
- ก่อนเสียงเริ่มให้กวาดตาตัวเลือกเร็วๆ เพื่อเดาว่าข้อนี้ถามแนวไหน (เวลา/สถานที่/การกระทำ)
- ถ้าหลุด 1 ข้อ ห้ามย้อนคิด ให้ปล่อยแล้วไปต่อทันที เพราะข้อถัดไปมักจะง่ายกว่า “ถ้าเราไม่หลุดสมาธิ”
- ฝึกกับไฟล์เสียง MP3 จนชินสปีดจริง โดยเฉพาะ Part 3-4 ที่ต้องตามบทสนทนา/ประกาศยาวๆ
4) ทริค Reading ให้เร็วและแม่น
- Part 5-6: ถ้าข้อไหนคิดเกิน ~20 วินาที ให้ทำเครื่องหมายไว้แล้วข้ามก่อน กันเวลาพัง
- Part 7: อ่าน “คำถามก่อน” แล้วค่อยอ่านบทความเพื่อหา keyword จะประหยัดเวลากว่าอ่านหมด
- จำแพตเทิร์นที่ออกบ่อย: preposition (in/on/at, for/to), phrasal verb พื้นฐาน, และโครงสร้าง clause/phrase ที่ทำให้เลือก part of speech ถูก
5) หนังสือ/แหล่งฝึกที่ใช้แล้วเวิร์ก
ถ้าเน้นทำข้อสอบแบบเข้มๆ หนังสือชุด TBX (Listening/Reading/รวม) เฉลยค่อนข้างละเอียด เหมาะกับการทำแล้วไล่จุดพลาดทีละจุด ส่วนใครอยากได้ข้อสอบเพิ่มแบบดาวน์โหลดได้ ลองหาเว็บรวมหนังสือ/ชุดฝึกที่มีไฟล์เสียงและเฉลย (บางแหล่งมีแบบฟรีและแบบเฉลยละเอียดเสียเงิน) แล้วเลือกให้ตรงสไตล์ตัวเอง
สุดท้าย คะแนน 990 ไม่ได้มาจากอ่านหนักอย่างเดียว แต่คือ “ทำข้อสอบให้ชิน + เก็บงานละเอียด” โดยเฉพาะคำศัพท์ที่เจอบ่อยและจุดพลาดเดิมๆ ถ้าทำต่อเนื่องวันละชุดหรือสม่ำเสมอ ยังไงคะแนนจะค่อยๆ ไต่ขึ้นแน่นอนค่ะ
ถ้างบซื้อได้แค่เล่มเดียว เล่มไหนดีที่สุดหรอคะ🥹 (เอาไว้ยื่นเข้ามหาลัยค่ะ^^)