How to ตอบข้อสอบกฎหมายยังไงให้ปัง✨ | About Law

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาแชร์ทริคการตอบข้อสอบกฎหมาย ในชั้นป.ตรี ค่ะ ว่าต้องตอบอะไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าการเรียนนิติศาสตร์หรือกฎหมายจะเจอกับข้อสอบอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1.การตอบข้อสอบแบบบรรยาย

2.การตอบข้อสอบแบบอุทาหรณ์ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ข้อสอบตุ๊กตา” นั่นเองค่ะ

➖➖➖➖➖➖ ♡

📚 การตอบข้อสอบแบบบรรยาย

ข้อสอบจะมาแบบยาวๆ เต็มหน้ากระดาษเลย อาจจะมีโจทย์หลอกด้วยต้องระวังนะคะ แบบอาจารย์ใส่มายาวๆ แต่ไม่ได้ถามเรา ถ้าเราหลงประเด็นแล้วเขียนตอบไปอาจทำให้เสียคะแนนได้นะคะ ❕ เพราะฉะนั้นเราต้องมีสตินะคะ ลองอ่านข้อสอบดูก่อน 1-3 รอบแล้วค่อยทำค่ะ

เทคนิคคือ

1. เราต้องจับประเด็นให้ได้ว่าโจทย์ต้องการอะไร ในข้อหนึ่งมีกี่คำถาม ส่วนมากคำถามมักจะอยู่ย่อหน้าสุดท้ายค่ะ

2.กำหนดเค้าโครงเรื่องที่จะตอบ ลำดับออกมาเป็นข้อๆ ในหัวหรือทดลงหลังกระดาษข้อสอบว่าจะเขียนอะไรบ้าง

3.ยกหลักทฤษฎีขึ้นมาอ้างอิงคำตอบของเรา พออธิบายเสร็จค่อยยกตัวอย่างประกอบค่ะ

* อยากย้ำว่าตรงส่วนยกตัวอย่างสำคัญมาก เพราะเป็นตัววัดความเข้าใจของเราได้เป็นอย่างดี ควรใส่ลงไปด้วยนะคะ

Note: วิชาที่ต้องตอบแบบบรรยาย มีวิชาอะไรบ้าง?

1.วิชากฎหมายมหาชน 2.วิชานิติปรัชญา 3.วิชารัฐธรรมนูญ

(3 ตัวตึง โดยเฉพาะนิติปรัชญา เขาบอกว่าคนที่ได้ A วิชานี้ต้องเป็นพวกที่คุยกับต้นไม้รู้เรื่องค่ะ 🤣)

นอกจากนี้อาจจะมีวิชากึ่งบรรยายด้วย หรือถามบรรยายมาในข้อแรก คือ 1.วิชาคดีเมือง 2.คดีบุคคล 3.ภาษี เป็นต้น*

➖➖➖➖➖ ➖ ♡

📚 การตอบข้อสอบแบบอุทาหรณ์ (ตุ๊กตา)

จะบอกว่าเกินครึ่งของวิชาที่ชาวนิติศาสตร์ต้องเจอคือข้อสอบอุทาหรณ์ค่ะ เรียกได้ว่าตัวตึง ตัวเด็ด ❕

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจก่อนค่ะว่าข้อสอบแบบอุทาหรณ์หรือข้อสอบตุ๊กตาคืออะไร?

คำตอบคือ ตามชื่อเลยค่ะ ข้อสอบจะให้เรื่องราวมา เช่นมีนาย A ยิงนาย C แต่กระสุนพลาดไปโดนนาย J เป็นต้น

ที่เรียกตุ๊กตาเพราะมีตัวละครในโจทย์ เปรียบเทียบเป็นตุ๊กตามาจำลองสถานการณ์ว่ามีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ภาษากฎหมายจะเรียกว่า มีนิติกรรม หรือนิติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งทั้งสองเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้นั่นเอง 💰

ทริคการตอบข้อสอบอุทาหรณ์ในชั้นป.ตรี คือต้องตอบทั้งหมด 3 ส่วนให้ครบ

1.ยกหลักกฎหมาย

2.วินิจฉัย (*ส่วนวินิจฉัยสำคัญที่สุด หากทำข้อสอบไม่ทัน ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับข้อสุดท้าย ให้ลุยทำส่วนวินิจฉัยก่อนเลยนะคะ)

3.สรุป

📙ส่วนที่ 1 การยกหลักกฎหมาย

• จำ keyword ของแต่ละวรรค

• เขียนมาตราที่จะวินิจฉัย ใช้คำว่า “วางหลักว่า” แทน “บัญญัติว่า” นะคะ เพราะถ้าใช้คำว่าบัญญัติว่าจะต้องเขียนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกคำ แต่ถ้าใช้คำว่าวางหลักว่าเขียนเฉพาะใจความสำคัญของมาตราได้ค่ะ

• ไม่ใช้ภาษาพูด โน้ตไว้ได้เลยค่ะว่าในการตอบกฎหมายทุกวิชา ต้องใช้ภาษากฎหมายเท่านั้น เช่นคำว่า ใคร ให้ใช้คำว่า ผู้ใด เป็นต้น

📙ส่วนที่ 2 วินิจฉัย

การวินิจฉัยคือการปรับบทหลักกฎหมายเข้ากับข้อเท็จจริงที่โจทย์ให้มา เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ? เป็นต้น

*ส่วนนี้มีทริคคือต้องเขียนให้ตัวเองเข้าใจ ถ้าตัวเองเข้าใจ = คนอื่นเข้าใจ

• การขึ้นต้น สามารถขึ้นต้นได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น

1.กรณีตามปัญหา 2.กรณีตามอุทาหรณ์ 3.จากข้อเท็จจริง

• ถ้ามีผู้เสียหายหลายคน ให้เขียนคนละย่อหน้า 1 คนต่อ 1 ย่อหน้า

📙ส่วนสุดท้าย ส่วนที่ 3 สรุป

• สรุปต้องชัดเจน ตรงประเด็นตามที่ถาม

• สรุปต้องสั้นกว่าวินิจฉัย ❕

📍อ้างอิง: โครงการเขียนตอบข้อสอบกฎหมายสัปดาห์รพี 61 / หนังสือแนวทางการเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย ดร.มุนินทร์ พงศาปาน และจากประสบการณ์จริงที่เราใช้ตอบข้อสอบ

#เด็กนิติ #เรียนนิติ #นิติศาสตร์ #กฎหมาย

#นิติศาสตร์ราม #รีวิวการเรียน #LawSchool #lawstudent

2023/6/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามว่า “ข้อสอบตุ๊กตา คืออะไร” หรือ “กรณีตามอุทาหรณ์ คืออะไร” เอาแบบที่เราเข้าใจง่าย ๆ เลยนะคะ: มันคือข้อสอบที่ให้เรื่องเล่ามาเป็นเหตุการณ์ มีตัวละคร (A, B, C) แล้วให้เราเอาข้อเท็จจริงไปจับประเด็นกฎหมายและตอบเหมือนกำลังวิเคราะห์คดีค่ะ ไม่ใช่ท่องมาตราอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เห็นว่าเรา “ปรับบท” ได้จริง สิ่งที่ทำให้คะแนนขึ้นแบบรู้สึกได้คือการจัดโครงให้ผู้ตรวจอ่านง่าย (สำคัญมาก เพราะข้อสอบนิติมักยาวและหลายประเด็น) เราใช้แพทเทิร์นเดิมทุกข้อ: 1) ไล่ไฮไลต์ข้อเท็จจริงก่อนลงมือเขียน - วงชื่อคู่กรณี/ผู้เสียหาย/ผู้เกี่ยวข้อง - ขีดเส้นใต้ “การกระทำ” + “ผล” + “เจตนา/ประมาท” (ถ้ามี) - วงคำเชื่อมเวลา เช่น ก่อน/หลัง/ต่อมา เพราะช่วยแยกเหตุการณ์เป็นตอน ๆ 2) แตกประเด็นเป็นคำถามย่อย (กันหลงประเด็น) ตัวอย่างเช่น โจทย์มี A ทำร้าย C แล้วเกิดผลกับ D เพิ่ม ให้ตั้งหัวข้อย่อยไว้เลยว่า - A ต้องรับผิดอะไรต่อ C? - แล้วต่อ D ล่ะ? - มีเหตุยกเว้น/ลดหย่อนไหม? การแตกแบบนี้ช่วยให้ไม่ตอบรวมจนเละ และถ้ามีผู้เสียหายหลายคน เราแยกย่อหน้าตามคนจริง ๆ คะแนนจะดู “เป็นระบบ” มากขึ้น 3) ตัวอย่าง “โครงคำตอบ” สำหรับข้อสอบตุ๊กตา (เอาไปใช้ได้เลย) - ประเด็นปัญหา: (เขียนสั้น ๆ ว่าถามเรื่องอะไร) - วางหลักกฎหมาย: “วางหลักว่า …” แล้วใส่ keyword ขององค์ประกอบให้ครบ (ไม่ต้องยาว แต่ต้องครบแก่น) - วินิจฉัย: “จากข้อเท็จจริง/กรณีตามอุทาหรณ์…” แล้วไล่จับทีละองค์ประกอบว่าเข้าเงื่อนไขไหม เช่น การกระทำ + เจตนา + ความเสียหาย + ความสัมพันธ์เหตุผล - สรุป: ตอบให้ตรงคำถาม เช่น “ดังนั้น A ต้องรับผิด…/ไม่ต้องรับผิด…” และสั้นกว่าวินิจฉัย 4) ทริค “วางหลักกฎหมาย” ให้ดูเป็นมืออาชีพ - เขียนเป็นภาษากฎหมาย เช่น ผู้ใด/บุคคล/ย่อม/ต้องรับผิด - ใส่ keyword ของมาตรา/หลักให้ครบก่อน (เหมือนเช็กลิสต์) - ถ้าไม่มั่นใจคำมาตราเป๊ะ ใช้ “วางหลักว่า” แล้วสรุปใจความสำคัญ จะปลอดภัยกว่าเขียนแบบ “บัญญัติว่า” ยาว ๆ 5) ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย (และเราเคยพลาดเอง) - ยกหลักมาดี แต่ “ไม่ปรับบทกับข้อเท็จจริง” พอ = คะแนนหายหนัก - สรุปยาวกว่าวินิจฉัย หรือสรุปไม่ตอบคำถามที่โจทย์ถาม - เขียนเล่าเรื่องซ้ำโจทย์เยอะเกินไป ควรเอาพื้นที่ไปวิเคราะห์แทน ถ้ากำลังฝึกและอยากได้คะแนนไว ๆ แนะนำซ้อมจาก “ตัวอย่างข้อสอบตุ๊กตา” แล้วจับเวลา ฝึกเขียนให้ครบ 3 ส่วนก่อน (ยกหลัก-วินิจฉัย-สรุป) ต่อให้ยังไม่สวย แต่โครงครบ = มีคะแนนแน่นอนค่ะ

ค้นหา ·
วิธีการเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย

10 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Na Anne
Na Anne

ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ เป็นประโยชน์มาก🥺👍

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Neyyy🐈‍⬛🤍
Neyyy🐈‍⬛🤍

อยากสอบถามข้อมูลมหาลัยค่ะ สามารถถามส่วนตัวได้ไหมคะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม