สีผมปังแบบไม่ต้องฟอก พร้อม Treatment ผมนุ่มสุดฟิน💆🏻♀️
วันนี้เราได้ฤกษ์มาทำสีผมใหม่และบำรุงผมด้วย 2 Step Treatment ที่ Spica Hair Design ตรงแถวๆ พร้อมพงษ์ (มีที่จอดรถ)
ที่ร้านเค้าจะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือก 2 แบบ คือ ผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นและผลิตภัณฑ์ Organic ของ Natulique ของ Organic ก็จะราคาสูงกว่าของญี่ปุ่นหน่อย
วันนี้เรามาย้อมผมด้วยผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น พี่ๆ บริการดีและให้คำแนะนำดีมากก ตอนแรกอยากจะฟอกแต่ด้วยความที่ผมร่วงง่ายและผมเส้นเล็ก ไม่ค่อยแข็งแรง เลยปรึกษาไปซะเยอะ พี่ๆ เค้าคงเห็นว่าเราดู Concern😂 เค้าเลยแนะนำสีผมที่สวยถูกใจแบบไม่ต้องฟอกเลย เป็นน้ำตาลโทนคาราเมล เราบอกว่าขออ่อนที่สุดเท่าที่จะอ่อนได้แบบไม่ต้องฟอก ผลก็คือสีออกมาสวยมากก🥺 ตรงตามเรฟเลย
พอย้อมเสร็จก็ทำ 2 Step Treatment ต่อเลย เค้ามีเครื่องหนีบที่ช่วยผลัก Treatment เข้าเส้นผมโดยไม่ใช้ความร้อน ตอนนวดหัวก็คือฟินมากก ทำเสร็จก็คือผมนุ่มลื่นจริง ทำสีไปผมก็ไม่เสียเลย แถมพี่เค้าม้วนลอนให้แบบปังมาก🥺✨💖
📍 Spica Hair Design
#ติดเทรนด์ #รีวิว #สีผม #ทําสีผม #ย้อมผม #ทรีทเม้นท์ #ทรีทเม้นท์ผม #ย้อมผมไม่ต้องฟอก #รีวิวกับlemon8 #รีวิวร้านทำผม
หลายคนเสิร์ชคำว่า “ผู้หญิงเทน้ำยาย้อมผมใส่หัว” เพราะอยากย้อมเองแบบเร็วๆ ที่บ้าน แต่แอบกังวลเรื่องเลอะ หนังศีรษะแสบ สีด่าง หรือผมพัง เราเองก็เป็นคนผมเส้นเล็ก หลุดร่วงง่าย เลยจะมาแชร์วิธีที่ทำแล้วเวิร์ก (และข้อควรระวัง) เผื่อช่วยให้ย้อมออกมาสวยขึ้นแบบไม่ต้องฟอกค่ะ 1) เตรียมของให้ครบก่อนเริ่ม (สำคัญมาก) - เสื้อเก่าหรือคลุมผม/ผ้าขนหนูสีเข้ม - ถุงมือ 2 ชั้นถ้ากลัวสีซึม - กิ๊บแบ่งช่อ + หวีซี่ถี่ - วาสลีน/ปิโตรเลียมเจลลี่ทารอบไรผม ใบหู หลังคอ กันสีติดผิว - นาฬิกาจับเวลา และทิชชู่เปียกไว้เช็ดตอนพลาด 2) เทน้ำยาย้อมใส่หัวได้ไหม? ทำได้ แต่แนะนำ “เทแล้วนวด” แบบมีระบบ ไม่ใช่เทมั่วทั้งหัว เพราะจุดที่โดนก่อนจะเข้มกว่าจุดที่โดนทีหลัง ทริคคือแบ่งผมเป็น 4 โซน (หน้า/หลัง/ซ้าย/ขวา) แล้วค่อยๆ ลงสีทีละโซน จะคุมความสม่ำเสมอได้ง่ายกว่า 3) ลำดับลงสีให้ไม่ด่าง - ถ้าผมเคยทำสีมาก่อน ปลายผมมักดูดสีไว ให้ลง “โคนก่อน” ทิ้งไว้สัก 10–15 นาที แล้วค่อยลากลงกลาง-ปลายช่วงท้าย - ถ้าเป็นผมธรรมชาติทั้งหัว ลงให้ทั่วได้เลย แต่ต้องนวดให้สีเคลือบทุกเส้น โดยเฉพาะหลังหัวกับไรผมด้านใน 4) กันหนังศีรษะแสบ และลดผมเสีย - ห้ามสระผมก่อนย้อมทันที (ปล่อยให้มีน้ำมันธรรมชาติช่วยเคลือบหนังศีรษะสัก 1 วัน) - ผสมตามสัดส่วนบนกล่องเป๊ะๆ และอย่าทิ้งเวลานานเกิน - ถ้าแสบมาก/แดง/คัน ให้ล้างออกทันที และครั้งต่อไปควรทดสอบแพ้ (patch test) 5) ล้างสีให้ถูกวิธี สีจะติดทนกว่า หลังครบเวลา เติมน้ำนิดนึงแล้ว “นวดอีกรอบ” ให้สีเกิดอีมัลชัน จากนั้นล้างจนใสน้ำ แล้วค่อยสระด้วยแชมพูสำหรับผมทำสี (ถ้ามี) ปิดท้ายด้วยครีมนวดหรือมาสก์ 6) หลังย้อม แนะนำทำทรีตเมนต์ 2 Step แบบที่เราอินมาก ถ้ารู้สึกว่าผมแห้ง ฟู หรือพันกันง่าย ลองทำ Treatment แบบ 2 Step (ขั้นแรกเติมความชุ่มชื้น/ซ่อมพันธะผม ขั้นสองเคลือบปิดเกล็ดผม) จะเห็นผลเรื่อง “ผมนุ่มลื่น” ค่อนข้างชัด โดยเฉพาะคนที่ไม่ฟอกแต่ทำสีบ่อยๆ เราชอบทำหลังย้อมทันทีหรือภายใน 1–3 วัน ผมจะดูเงาและจัดทรงง่ายขึ้นมาก 7) โทนสีที่ไม่ต้องฟอกแต่ดูละมุน ถ้าอยากได้ลุคหวานๆ แบบน้ำตาลคาราเมล/ชานม แนะนำเลือกเฉดน้ำตาลโทนอุ่น (หรือมีคำว่า caramel/chocolate) จะขึ้นสีง่ายกว่าสีหม่นเทาในผมคนไทย และดูไม่ดรอปเร็ว ทำตามนี้แล้ว “เทน้ำยาย้อมใส่หัว” จะไม่ใช่การเสี่ยงดวงอีกต่อไป แถมถ้าปิดจบด้วยทรีตเมนต์ดีๆ ผมจะนุ่มเหมือนไปทำที่ร้านเลยค่ะ



































































































































สีผมสีอะไรคะ ราคาเท่าไรคะ