ใส่วันที่ผิดอัปเดตมาช้าเลย 🚨

Microsoft ออกประกาศเตือนฝ่าย IT ทั่วโลกเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย Windows ประจำเดือนมิถุนายน 2025 โดยระบุว่าแพตช์ที่ปล่อยออกมานั้นมีข้อผิดพลาดใน metadata ตรงส่วนวันที่ (timestamp) ที่ควรเป็นวันที่ 10 มิถุนายน กลับถูกระบุผิดเป็นวันที่ 20 มิถุนายน

.

แม้ว่าตัวอัปเดตจะไม่มีบั๊กหรือปัญหาในการใช้งาน แต่ข้อผิดพลาดเรื่องวันปล่อยอัปเดตนี้ส่งผลกระทบกับระบบที่มีการตั้งค่า Deferral Policy ที่ใช้เพื่อเลื่อนการติดตั้งอัปเดตออกไปในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อความปลอดภัยเมื่อระบบตรวจพบว่าแพตช์มี timestamp เป็นวันที่ 20 มิถุนายน จะเริ่มนับเวลาการเลื่อนอัปเดตจากวันนั้น แทนที่จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่แพตช์ถูกปล่อยจริง

.

ตัวอย่างเช่น หากองค์กรตั้งค่าเลื่อนอัปเดตไว้ 14 วัน และแพตช์ถูกปล่อยจริงวันที่ 10 มิถุนายน เครื่องควรติดตั้งในวันที่ 24 มิถุนายน แต่เพราะ Microsoft ใส่วันที่ผิดเป็น 20 มิถุนายน ระบบจึงเลื่อนติดตั้งไปเป็น 4 กรกฎาคม ทำให้การอัปเดตล่าช้าโดยไม่จำเป็น และเพิ่มความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแพตช์

.

ผลที่ตามมาคือเครื่องลูกข่ายในองค์กรอาจยังไม่ได้รับการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยตามกำหนด เพิ่มความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีจากช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการอุด ปัญหานี้กระทบกับองค์กรที่ใช้ Windows 10 และ 11 และมีการจัดการอัปเดตผ่านเครื่องมืออย่าง Microsoft Intune, Autopatch หรือ Group Policy โดยเฉพาะในระบบที่ใช้วิธีทยอยปล่อยอัปเดตแบบ ring deployment

.

Microsoft แนะนำให้เร่งแก้ไขด้วยการใช้ Expedite Policy ผ่าน Intune เพื่อบังคับให้อุปกรณ์ติดตั้งอัปเดตทันทีโดยไม่รอ deferral period และยืนยันว่าจะไม่แก้ไข timestamp ที่ผิดพลาดแล้ว โดยถือว่าแนวทาง Expedite นี้เป็นวิธีแก้ปัญหาสุดท้าย เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความรอบคอบในการจัดการอัปเดตอัตโนมัติที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

.

ที่มา : bleepingcomputer

#ไอที #ไอทีน่ารู้ #รวมเรื่องไอที

2025/7/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในเดือนมิถุนายน 2025 Microsoft ได้เปิดเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับ datetime ในการอัปเดต Windows โดยอัปเดตความปลอดภัยถูกตั้งวันที่ผิด ทำให้ระบบที่จะติดตั้งอัปเดตต้องปรับระยะเวลาการติดตั้งจากการตั้งค่าของ Deferral Policy ซึ่งในบางองค์กรส่งผลให้การติดตั้งอัปเดตล่าช้าอย่างไม่จำเป็น การตั้งค่า Deferral Policy เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการเวลาการอัปเดตความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเกิดข้อผิดพลาดใน timestamp องค์กรที่พึ่งพาการตั้งค่านี้จะประสบกับความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลและระบบโดยรวม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต องค์กรควรพิจารณาตรวจสอบและปรับปรุงวิธีการจัดการอัปเดตโดยเฉพาะการใช้งานเครื่องมือจัดการอัปเดตอย่าง Microsoft Intune, Autopatch, หรือ Group Policy โดยสร้าง Protocol ที่ชัดเจนสำหรับการตรวจสอบ timestamps ของแพตช์และการทดสอบอย่างเข้มงวดก่อนการใช้งานจริง ในที่สุด แนวทาง Expedite Policy ที่ Microsoft แนะนำให้บังคับให้อุปกรณ์ติดตั้งอัปเดตแบบเร่งด่วนในสถานการณ์นี้ เป็นก้าวสำคัญที่องค์กรควรนำมาพิจารณาใช้ในอนาคตเพื่อป้องกันความเสี่ยงและรับมือกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ.