📌 ของเต็มออฟฟิศ แต่เงินในบัญชีหายไปไหน!?”
📌 ของเต็มออฟฟิศ แต่เงินในบัญชีหายไปไหน!?”
ซื้อของเข้าบริษัทรัว ๆ ทั้งสด ทั้งผ่อน สุดท้ายงบพังแบบไม่รู้ตัว 💸
ใครทำธุรกิจต้องดูคลิปนี้!!
แค่ทำ Excel แบบนี้…
👉 รู้เลยว่ายอดไหน “จ่ายสด”
👉 อันไหนยัง “ผ่อนอยู่”
👉 รวมยอดให้อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งคิดเอง
บอกเลย! คลิปนี้จะเปลี่ยนวิธีจัดการเงินของคุณไปตลอด 🚀
หลายคนเข้าใจว่า “สูตรแยกธนบัตร excel” ใช้แค่นับเงินทอน แต่พอทำธุรกิจจริง ๆ มันช่วยคุมเงินสดในบริษัทได้มาก โดยเฉพาะวันที่มีทั้งจ่ายสดและผ่อนพร้อมกัน เราอาจเห็นของเข้าออฟฟิศเต็มไปหมด (คีย์บอร์ด เมาส์ จอ 24 นิ้ว แล็ปท็อป SSD มือถือ เครื่องพิมพ์ ฯลฯ) แต่เงินในบัญชีกลับลดแบบงง ๆ เพราะไม่ได้แยกสถานะให้ชัดว่า “จ่ายแล้ว” กับ “ยังเป็นภาระผ่อน” ทริคที่ฉันใช้คือแยกชีตเป็น 2 ส่วน: (1) ตารางรายการซื้อของ (เลขที่ INV/รายการ/มูลค่า/สถานะ) และ (2) สรุปยอดตามสถานะ เช่น เงินสดรวม, เงินผ่อนรวม และยอดรวมทั้งหมด 1) ทำดรอปดาวน์สถานะ (เงินสด/เงินผ่อน) - เลือกคอลัมน์ “สถานะ” > Data Validation > List > ใส่ค่า: เงินสด,เงินผ่อน - ข้อดีคือพิมพ์ไม่ผิดรูปแบบ ทำให้สูตรรวมยอดแม่นขึ้น 2) สรุปยอดเงินสด/เงินผ่อนอัตโนมัติ - เงินสดรวม: ใช้ SUMIF เช่น =SUMIF(สถานะ_range,"เงินสด",มูลค่า_range) - เงินผ่อนรวม: =SUMIF(สถานะ_range,"เงินผ่อน",มูลค่า_range) - ถ้าอยากดูรายเดือน เพิ่มคอลัมน์ “วันที่” แล้วใช้ SUMIFS เพื่อกรองช่วงวันที่ได้ 3) ส่วน “สูตรแยกธนบัตร excel” (ไว้เช็คเงินสดหน้างาน) ฉันทำตารางธนบัตรไว้เลย: 20, 50, 100, 500, 1000 แล้วให้กรอก “จำนวนใบ” จากนั้นคำนวณยอดรวมด้วย SUMPRODUCT - คอลัมน์ A: มูลค่าธนบัตร (20/50/100/500/1000) - คอลัมน์ B: จำนวนใบ - ยอดรวมเงินสด: =SUMPRODUCT(A2:A6,B2:B6) วิธีนี้ช่วยมากเวลาต้องนับเงินสดเข้าลิ้นชัก/ส่งบัญชี เพราะเห็นทันทีว่าเงินสดทั้งหมดเท่าไหร่ ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขหลายรอบ 4) เชื่อมการ “จ่ายสด” กับการ “นับธนบัตร” ให้ตรวจสอบกันได้ ถ้าวันนี้มีรายการจ่ายสดหลายใบ INV (เช่น INV001, INV005, INV006 ฯลฯ) ให้เอายอด “เงินสดรวม” จากตารางซื้อของมาเทียบกับยอด “รวมธนบัตร” ถ้าต่างกัน แปลว่ามีรายการหลุด (ลืมบันทึก/บันทึกซ้ำ/ใส่สถานะผิด) สุดท้าย แนะนำให้ตั้งกติกาเล็ก ๆ ในทีม: ของเข้ามาเมื่อไหร่ให้ลง INV + สถานะทันที และถ้าเป็นเงินผ่อนให้ใส่ “งวด/ยอดคงเหลือ” เพิ่มอีก 1-2 คอลัมน์ คุณจะเริ่มเห็นภาพการเงินชัดขึ้นว่าเงินหายไปที่ไหน และงบจะไม่พังแบบไม่รู้ตัวอีก


































