รีวิว นั่งเครื่องบิน ZIP AIR จากกรุงเทพฯ ไปโตเกียว ✈️
#japan #tokyo #ญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวไหนดี #เที่ยวเอง #เที่ยวต่างประเทศ #lemon8video #ติดเทรนด์ #zipair
ก่อนบิน ZIPAIR กรุงเทพ-โตเกียว (Narita) เราแนะนำให้เช็ก “สถานะไฟลต์ (ZIPAIR status)” ไว้ล่วงหน้าสัก 24 ชม. โดยเฉพาะคนบินไฟลต์ดึกอย่างขาออกจากสุวรรณภูมิประมาณ 23:10 เพราะถ้ามีดีเลย์/เปลี่ยนเกตจะได้ปรับแผนทัน ฉบับเราใช้วิธีดูจากหน้า Manage Booking (ถ้าจองตรง) หรือหน้าออเดอร์ใน Trip.com แล้วเทียบกับบอร์ดสนามบินอีกทีตอนถึงค่ะ เรื่อง “จองตั๋วเครื่องบิน ZIPAIR” ถ้าจองผ่านเอเจนซี่อย่าง Trip.com (ของเราราคาประมาณ 6,060 บาท) ข้อดีคือบางช่วงมีโปร/คูปองและจ่ายง่าย แต่ให้เผื่อเวลาหาข้อมูลเรื่องแพ็กเกจสัมภาระด้วย เพราะ ZIPAIR เป็นสายโลว์คอสต์แบบเน้นขาย Add-on: ที่นั่ง อาหาร และกระเป๋า จะทำให้ราคาสุทธิเปลี่ยนได้เยอะมาก แนะนำก่อนกดจ่ายให้เช็กว่าในบัตรโดยสารระบุอะไรบ้าง เช่น 1 Personal item + 1 Carry-on (รวม 7 kg) และถ้าซื้อโหลดใต้ท้องไว้จะเห็นว่า 1 Checked baggage = 30 kg แบบในตั๋วของเรา จะสบายใจขึ้นตอนชั่งกระเป๋าค่ะ คำถามยอดฮิตคือ “ZG052 ที่นั่ง เลือกยังไง?” โดยส่วนตัวเรามอง 3 อย่าง: (1) ถ้าอยากนอน/เงียบหน่อย เลี่ยงแถวใกล้ห้องน้ำและท้ายลำ (2) ถ้าอยากลงไว เลือกโซนหน้าๆ แต่ก็จะคนผ่านเยอะเวลาเข้าห้องน้ำ (3) ถ้าขึ้น-ลงบ่อยหรืออยากยืดขา เลือกทางเดินจะคล่องตัวกว่า ส่วนไฟลต์กลับหรือไฟลต์อื่นอย่าง “ZIPAIR ZG051” ก็ใช้หลักเดียวกัน แค่เช็กเวลาและสนามบินปลายทางให้ตรง เพราะบางคนสลับเลขไฟลต์แล้วงงค่ะ เรื่องสัมภาระ เราแนะนำให้ชั่งกระเป๋าก่อนออกจากบ้านจริงๆ เพราะ Carry-on ที่รวม 7 กก. นี่เกินง่ายมาก (แล็ปท็อป+พาวเวอร์แบงก์หนัก) ทริคของเราคือย้ายของหนักไปไว้ใน personal item ที่ถือขึ้นเครื่อง (ตามกติกาขนาด) และจัดของเหลวให้พร้อมตามกฎสนามบิน จะผ่านจุดตรวจเร็วขึ้น สุดท้ายสำหรับคนค้นหา “zip air รีวิว” เพราะกังวลเรื่องความสะดวก: มองว่า ZIPAIR เหมาะกับคนที่อยากได้ราคาประหยัดและยืดหยุ่นเลือกจ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้จริง ถ้าเตรียมตัวเรื่องกระเป๋า ที่นั่ง และเช็กสถานะไฟลต์ไว้ ก็ขึ้นเครื่องสบายๆ และไปถึงโตเกียว (Narita) แบบไม่เครียดค่ะ














ขอสอบถามได้ไหมคะ นั่งแถวไหนเลขอะไรคะริมหน้าต่าง