Automatically translated.View original post

Sincere Reviews with Studying at Wall Street English

Many people see learning English with Wall Street English as spending relatively high money, but personally feel it's worth it because after graduation can actually communicate English.

How are the three classes studied?

1.Encounter class is like an exam class. After studying online for one chapter (the main study content is online, it is his own web. I personally see the procedures and patterns quite well as the system).

2. Complementary class is a review class, going back and reviewing old chapters like reviving, plus maybe some kind of addition, depending on each teacher.

3. Social club is an activity with friends and Titcher in English.

(* Branches on what Branches has learned at 2019-2021 Aunt *)

# Find a place to learn English # Practice language with lemon8 ♪ This story must be told # Develop yourself

2025/4/2 Edited to

... Read moreหลายคนถามกันบ่อยว่า “เรียน Wall Street English ดีไหม” กับ “ค่าเรียน/ราคาคอร์สเท่าไหร่” เราเลยขอเล่าทริคจากประสบการณ์คนเคยเรียนจริงว่าควรถามอะไรและดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ เพราะแต่ละคนเป้าหมายไม่เหมือนกัน และราคาก็ขึ้นกับแพ็กเกจ/ระยะเวลา/โปรช่วงนั้นด้วย 1) ถ้ากังวลเรื่องราคา/ค่าเรียน: ควรถามให้ชัดก่อนเซ็น - ขอให้ที่ปรึกษาสรุปราคาเป็นลายลักษณ์อักษร: ค่าเรียนรวมอะไรบ้าง (คอร์สออนไลน์, คลาสกับครู, Social club) และมีค่าแรกเข้า/ค่าสื่อ/ค่าธรรมเนียมอื่นไหม - ถามจำนวนชั่วโมง/จำนวนบทที่ได้ต่อสัญญา และอายุการใช้งาน (กี่เดือน/กี่ปี) เพื่อเทียบ “ราคาต่อเดือน” หรือ “ราคาต่อระดับ” จะเห็นความคุ้มชัดขึ้น - ถ้าสนใจสอบ (เช่น IELTS) ให้ถามตรงๆ ว่าแพ็กเกจที่เสนอเป็นคอร์สทั่วไปหรือมีคลาสเสริม IELTS และค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าไหร่ (เพราะบางคนเข้าใจว่าอยู่ในแพ็กแล้ว) 2) สาขาไหนเหมาะ? ดูจากไลฟ์สไตล์มากกว่าชื่อสาขา บางคนเลือกเพราะใกล้บ้าน/ที่ทำงาน เช่น สาขาพระราม 2 แต่สิ่งที่ควรดูเพิ่มคือ “ตารางคลาสจริง” และความถี่ของ Social club ในสาขานั้นๆ ถ้าเราไปไม่สะดวก ต่อให้คอร์สดีแค่ไหนก็เรียนไม่ต่อเนื่อง ทำให้ไม่คุ้มค่าเรียน 3) ทำความเข้าใจ 3 คลาสหลัก แล้ววางแผนให้คุ้ม - Online lesson: เนื้อหาหลักอยู่ในระบบออนไลน์ของเขาเอง เหมาะกับคนที่ชอบเรียนเป็นขั้นตอน ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน และมีแกรมม่าร์แทรกแบบใช้งานจริง - Encounter class: เรามองว่าเหมือน “เช็กความเข้าใจ/ฝึกใช้จริง” หลังเรียนออนไลน์ 1 บท ถ้าอยากพัฒนาเร็ว แนะนำเตรียมตัวก่อนเข้า (ฟังซ้ำ จดประโยคที่ยังไม่คล่อง) - Complementary class: ใช้ทบทวนบทเก่าๆ หรือเติมทักษะเฉพาะจุด วันไหนรู้สึกหลุดๆ ให้ลงคลาสนี้เพื่อดึงกลับมา - Social club: เป็นจุดที่ช่วยเรื่องความกล้าแบบเห็นผล เพราะบังคับให้ใช้ภาษาอังกฤษกับเพื่อนและครู กิจกรรมมีได้หลายแบบ เช่น debate, ทำอาหาร, ร้องเพลง (music club) เคล็ดลับคือ “ตั้งกติกาไม่พูดไทย” อย่างน้อย 1 ชั่วโมง จะได้ผลลัพธ์ชัดมาก 4) เช็กว่าระบบเหมาะกับเราไหม (ก่อนจ่ายแพง) ถ้าเป็นคนมีวินัยน้อย แต่อยากได้แรงบังคับ แนะนำให้ตั้งเป้าหมายขั้นต่ำ เช่น ออนไลน์ 3 วัน/สัปดาห์ + Social club 1 ครั้ง/สัปดาห์ เพราะถ้าไม่แตะระบบออนไลน์ Encounter ก็จะยากและเครียด สรุป: Wall Street English จะคุ้มมากกับคนที่ “ยอมทำตามระบบ” และกล้าไป Social club สม่ำเสมอ ส่วนเรื่องราคา/ค่าเรียน ให้เทียบจากจำนวนเดือน-จำนวนระดับ-สิทธิ์คลาสที่ได้จริง แล้วเลือกสาขาที่ไปได้บ่อยที่สุด จะคุ้มกว่าการเลือกตามชื่อสาขาค่ะ