Ancient brew
ถ้าใครกำลังหาว่า “ต้มจืดโบราณ” ต่างจากต้มจืดทั่วไปยังไง ในมุมเราคือความเรียบง่ายของเครื่อง แต่เน้นรสหวานธรรมชาติจากผักและกระดูก น้ำซุปต้องใส หอม และปรุงไม่เยอะ กินแล้วสบายท้อง เหมาะมากเวลาต้องการเมนูซดร้อน ๆ แบบบ้าน ๆ เครื่องต้มจืดโบราณมีอะไรบ้าง (ยึดหลักของที่บ้านทำประจำ) - กระดูกหมู/ซี่โครงหมู หรือไก่บ้าน: ใช้ทำให้น้ำซุปหวาน - หัวไชเท้า: ตัวช่วยให้ซุปหวานใสแบบธรรมชาติ - ผักกาดขาว: เพิ่มความหวานและกลิ่น “ต้มจืด” ที่คุ้นเคย - ต้นหอม/ผักชี หรือขึ้นฉ่าย: ใส่ท้าย ๆ ให้หอมสด - พริกไทยเม็ด/พริกไทยป่น: ใส่นิดเดียวให้หอมอุ่น - กระเทียมทุบ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้): บ้านเราชอบใส่ 2-3 กลีบให้กลิ่นนวล ๆ - เกลือ + ซีอิ๊วขาว: ปรุงหลัก ๆ (บางบ้านเติมน้ำปลาเล็กน้อย) วิธีต้มจืดแบบโบราณให้น้ำซุปใส (ทริคที่ทำแล้วเวิร์ก) 1) ลวกกระดูกก่อน 3-5 นาที แล้วเทน้ำทิ้ง ล้างให้สะอาด วิธีนี้ช่วยลดกลิ่นและทำให้น้ำไม่ขุ่น 2) ต้มน้ำใหม่ ใช้ไฟอ่อนถึงกลาง พอน้ำเดือดให้ช้อนฟองเรื่อย ๆ ช่วงแรกสำคัญมาก 3) ใส่หัวไชเท้าก่อน เพราะใช้เวลานานกว่าจะนิ่มและปล่อยความหวานออกมา จากนั้นค่อยตามด้วยผักกาดขาว 4) ห้ามคนแรง ๆ ระหว่างต้ม เพราะจะทำให้น้ำขุ่น ให้ใช้วิธีขยับหม้อเบา ๆ แทน 5) ปรุงรสทีละน้อย เริ่มจากเกลือก่อน แล้วค่อยเติมซีอิ๊วขาว ปลายทางควรได้รสกลมกล่อมอ่อน ๆ (ต้มจืดอร่อยคือไม่เค็มนำ) 6) ใส่ต้นหอมผักชี/ขึ้นฉ่ายตอนปิดไฟ กลิ่นจะสดและไม่เหม็นเขียว ถ้าอยากเพิ่ม “เครื่อง” แต่ยังคงความโบราณ - ใส่เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ (พร้อมน้ำแช่นิดหน่อย) จะเพิ่มความหอมหวานแบบธรรมชาติ - ใส่วุ้นเส้นหรือเต้าหู้ไข่ก็ได้ แต่แนะนำใส่ช่วงท้าย ๆ เพื่อไม่ให้เละ แนวทางเก็บ/อุ่นให้อร่อย ต้มจืดโบราณเก็บตู้เย็นได้ 2-3 วัน เวลาอุ่นให้ใช้ไฟอ่อน และเติมน้ำซุป/น้ำร้อนเล็กน้อย ปรุงซ้ำแค่นิดเดียวก็กลับมาอร่อยเหมือนเดิม





























































































