Automatically translated.View original post

What kind of regular trading job is good?

1. Swing Trade (not guarding the graph all day)

Characteristics

• Hold orders for 2-7 days (perhaps weeks)

• Look at the graph 1-2 times a day.

Advantage

• No need to watch the screen all day

• Not as stressed as Daytrade

• With the most working life

The downside

• Must be patient. Hold it.

• Swing on the way

2.Day Trade (Enough but time required)

Characteristics

• On-off in one day

• Use short timeframe (M5 / M15)

Advantage

• No overnight holding required

• Fast gain (if accurate)

The downside

• Must have a "really free period"

• Use very high concentration

3.Scalping (suitable for after work)

Characteristics

• In and out in minutes / second

• Very frequent trading

The main disadvantage

• 100% screen surveillance required

• Stressed + used a lot of power

• A little miss = waste

# Newbie Trader # Trade Forex # Trade with glasses # Forex rookie # Trader

4/13 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ในการเทรดสำหรับคนที่มีงานประจำเหมือนกัน ผมอยากแชร์มุมมองที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง เมื่อจะเลือกเทรดสไตล์ไหนควรดูความเหมาะสมของเวลาที่มีจัดสรรจริงๆ เพราะเทรดแต่ละแบบใช้พลังและสมาธิแตกต่างกันมาก Swing Trade เหมาะกับคนที่ไม่สามารถเฝ้ากราฟได้ทั้งวัน โดยการถือออเดอร์นาน 2-7 วัน ทำให้ลดความเครียดและเวลาที่ต้องจ้องหน้าจอลงได้มาก ผมเคยลองวิธีนี้แล้วรู้สึกว่าสามารถโฟกัสงานประจำไปพร้อมกันได้สบายๆ แต่ต้องใจเย็นและฝึกอดทนให้มาก เพราะราคามักจะมีสวิงในแต่ละวันซึ่งอาจทำให้ใจสั่นได้ ส่วน Day Trade จะเหมาะกับคนที่พอจะมีเวลาว่างจริงๆในบางช่วงของวัน ต้องใช้กราฟ Timeframe สั้น เช่น M5 หรือ M15 ผมใช้วิธีนี้บ้างในวันที่งานไม่เร่งมาก สิ่งสำคัญคือการรักษาสมาธิสูงมากและต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อเลือกจังหวะเข้าที่แม่นยำ เพราะกำไรจะได้เร็วแต่ก็เสี่ยงหากพลาด ขณะที่ Scalping ถือว่าหนักสุดสำหรับคนงานประจำเพราะต้องเฝ้าจอ 100% แถมยาอาจเครียดมาก ผมแนะนำให้เก็บวิธีนี้ไว้ใช้ในช่วงเวลาหลังเลิกงานเท่านั้น หรือวันหยุดที่มีเวลาจริงๆ เพราะต้องใช้พลังงานสูงสุดและมีโอกาสเสียเงินจากความผิดพลาดได้ทั้งนั้น เทคนิคสำคัญคือ การเลือกสไตล์ที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง โดยเฉพาะเวลาที่พร้อมจะทุ่มเทให้กับการเทรดจริงๆ แนะนำให้ทดลองเทรดแบบ Swing Trade ก่อน จากนั้นค่อยพัฒนามาเป็น Day Trade หากมีเวลามากขึ้น และอย่าเพิ่งรีบร้อนกับ Scalpingจนกว่าจะชำนาญจริงๆ นอกจากนี้ อย่าลืมใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์และตั้งค่าแจ้งเตือนในแพลตฟอร์มเทรด เช่น XM ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวัน แต่ยังสามารถจับจังหวะทำกำไรได้เหมือนกัน สุดท้าย อย่าลืมทำใจเรื่องความเสี่ยงมันอยู่คู่กับการเทรดเสมอ การเรียนรู้และวางแผนจัดการพื้นที่เวลาจริงๆของตัวเอง จะทำให้การเทรดควบคู่กับงานประจำเป็นไปอย่างราบรื่น และที่สำคัญคือเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาทักษะการเทรดในระยะยาว