เข้าใจคน = เข้าใจโลก 🧠❤️
4 หลักจิตวิทยาที่ใช้ในชีวิตจริง
จากแอปเปิลลูกนั้นคุณยายกินเองเลยค่ะ!
.
.
อ้างอิงจากหนังสือ:
แอปเปิลลูกนั้นคุณยายกินเองเลยค่ะ!
ผู้เขียน: รยู ฮเยอิน
สำนักพิมพ์: นานมีบุ๊คส์/nanmeebooks Nanmeebooks Fan
_________
.
คนเป็นสิ่งที่มีความซับซ้อน
การที่จะเข้าใจคนได้ เราจึง
ต้องมีความรู้ด้านจิตวิทยาบ้าง
.
เพราะเมื่อเราเข้าใจจิตวิทยา
เราก็จะเข้าใจคนและเข้าใจชีวิต
ในบทความนี้ดรีมเลยจะมาชวนคุยถึง
ข้อคิดและเทคนิคจิตวิทยาดีๆจากหนังสือเล่มนี้กันครับ
_________
.
1️⃣ ทฤษฎีความไม่คล้องจองของปัญญา
(Cognitive dissonance theory) 🤨
เมื่อเราเกิดความลังเลหรือเสียดาย
กับสิ่งที่เราไม่ได้เลือก เราจะมองหา
เหตุผล ข้อดีในสิ่งที่เลือก ✅
.
และนึกถึงข้อเสียในสิ่งที่ไม่ได้เลือก
เพื่อให้เรารู้สึกดีขึ้น และเสียดายสิ่ง
ที่เราไม่ได้เลือกน้อยลง 😏
.
เช่น เมื่อเราซื้อกระเป๋าใบใหม่
เราก็จะอวยและชื่นชมกระเป๋าใบนี้
.
ว่ามันดีกว่ารุ่นอื่นๆที่เราไม่ได้ซื้อยังไงบ้าง
และข้อเสียของรุ่นอื่นมีอะไรบ้าง เป็นต้น
_________
.
2️⃣ กฎต่างตอบแทน
(Law of reciprocity) 💕🤝
การที่เรามอบหรือให้ในสิ่งที่
ฝ่ายชอบหรือต้องการก่อน
แล้วค่อยขอสิ่งที่เ ราต้องการ
.
เพราะคนจะใจอ่อนมากขึ้น
จากการถูกปลูกฝังมาตั้งแต่
ในอดีตว่าต้องตอบแทน 😅
.
ไม่งั้นจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัว
ทำให้อยู่ในสังคมไม่ได้
เช่น คนเราจะมีแนวโน้มที่จะ
บริจาคมากขึ้นเมื่อตัวเองได้รับ
สิ่งของบางอย่างเป็นการแลกเปลี่ยน
ก่อน ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ริสแบนด์ เป็นต้น
_________
.
3️⃣ ปรากฏการณ์เกาะชื่อเสียง
(Basking in reflected glory - BIRG) 🌟
คือการที่เราป่าวประกาศหรือบอกให้
คนอื่นรู้ว่าเรามีสายสัมพันธ์หรือเป็น
คนรู้จักกับคนที่ประสบความสำเร็จ ✨
.
เพื่อใช้ชื่อเสียงของคนคนนั้นทำให้
ภาพลักษณ์ของตัวเราถูกยกระดับ
ขึ้นและดูดีเหมือนกับเขา 🤴🏻
.
เช่น ฉันเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับ
ดาราคนนี้ด้วยล่ะ หรือ อำเภอนี้
เป็นบ้านเกิดของนักร้องลูกทุ่งผู้โด่งดัง เป็นต ้น
_________
.
4️⃣ ปรากฏการณ์กั้นชื่อเสีย ❌
(Cutting off reflected failure - CORF)
คือกระบวนการทางจิตวิทยาที่
มนุษย์ใช้เพื่อเลี่ยงความเกี่ยวข้อง
ของตัวเองกับคนที่มีความล้มเหลว
.
หรือมีชื่อเสียงไม่ดีและได้รับการ
ประเมินในแง่ร้าย เพื่อรักษาชื่อเสียง
และภาพลักษณ์ของตัวเองไว้ ❌❌❌
.
เช่น เมื่อทีมกีฬาที่เชียร์ชนะ กองเชียร์
ก็มักจะบอกว่าเราชนะ เพื่อเอาทีมกีฬา
และกองเชียร์มาเป็นหนึ่งเดียวกัน
.
แต่เมื่อทีมกีฬาแพ้ กองเชียร์ก็จะบอก
ว่าพวกเขาแพ้ เพื่อแยกตัวเองออกมา
จากทีมกีฬาที่แพ้นั่นเอง
_________
.
เป็นหนังสือที่แนะนำให้อ่านสักครั้งครับ
เราจะได้เข้าใจคนผ่านหลักจิตวิทยามากขึ้น
ลิงค์หนังสืออยู่ในคอมเม้นท์นะครับ 😁
#หนังสือน่าอ ่าน #เรื่องน่ารู้ #nanmeebooks #แอปเปิลลูกนั้นคุณยายกินเองเลยค่ะ ! #ควบคุมตัวเอง #เรียนรู้วันละเรื่อง #ปรัชญาชีวิต #จิตวิทยา #ข้อคิดดีดี #เกร็ดความรู้ #ความรู้ #ข้อคิดสอนใจ #ข้อคิดดีๆ #แรงบันดาลใจ #learn #learneveryday
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า cognitive dissonance แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่า “มันเกิดขึ้นตอนไหน” ในชีวิตจริง สำหรับฉัน คีย์เวิร์ดของทฤษฎีนี้คือ “ความไม่สบายใจในใจ” เวลาเราทำ/เลือกอะไรไปแล้ว แต่ข้างในดันมีความคิดอีกด้านที่ไม่เข้ากัน เราเลยพยายามหาคำอธิบายมาทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น cognitive dissonance คือ ภาวะที่ความเชื่อ ค่านิยม หรือสิ่งที่เราคิดว่า ‘เราเป็นคนแบบนั้น’ มันขัดกับพฤติกรรมหรือการตัดสินใจที่ทำไปแล้ว ผลคือเราจะเริ่มปรับ “ความคิด” หรือ “เหตุผล” ให้เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้ใจสงบลง ตัวอย่างที่เจอบ่อยมาก - ซื้อของแพงแล้วรู้สึกผิดนิดๆ: เราจะเริ่มบอกตัวเองว่า “คุณภาพดี ใช้ได้นาน คุ้มค่า” แม้จริงๆจะเกินงบ - เลือกทำงานที่เหนื่อย: พอท้อ เราจะปลอบตัวเองว่า “อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์ ได้โปรไฟล์” เพื่อให้รู้สึกว่าที่เลือกมาถูกแล้ว - ตั้งใจลดน้ำตาลแต่เผลอกินเค้ก: เราอาจคิดว่า “วันนี้เดินเยอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุมใหม่” เพื่อให้ความรู้สึกผิดเบาลง ทริคเล็กๆ ที่ฉันใช้รับมือ cognitive dissonance (เพื่อไม่ให้ตัดสินใจพลาดซ้ำ) 1) หยุดแล้วตั้งชื่อความรู้สึก: “ตอนนี้เรากำลังหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองอยู่ไหม?” แค่รู้ตัวก็ลดแรงผลักได้เยอะ 2) เขียน 2 คอลัมน์สั้นๆ: ข้อดีของสิ่งที่เลือก vs ข้อเสียของสิ่งที่เลือก (ไม่ใช่ไปขุดข้อเสียของตัวเลือกอื่นอย่างเดียว) จะช่วยให้มองจริงขึ้น 3) ตั้งกติกาก่อนตัดสินใจ: เช่น “ซื้อของชิ้นใหญ่ต้องรอ 24 ชม.” ลดโอกาสให้สมองไปสร้างเหตุผลทีหลัง และถ้าจะต่อยอดจาก 4 หลักจิตวิทยาในบทความเดิม ฉันว่าเอาไปใช้กับความสัมพันธ์ได้ดีมาก - กฎต่างตอบแทน (reciprocity): ถ้าจะขอความช่วยเหลือ ลองเริ่มจากให้สิ่งเล็กๆก่อน เช่น ช่วยงาน/แบ่งปันข้อมูล คนมักใจอ่อนขึ้นจริง แต่ควรให้แบบจริงใจ ไม่ใช่ให้เพื่อบีบให้เขาตอบแทน - BIRG (เกาะชื่อเสียง): เวลาเราอวดว่า “สนิทกับคนเก่ง” ลองเช็กว่าเรากำลังอยากได้การยอมรับไหม ถ้าใช่ ให้กลับมาสร้างผลงานของตัวเองคู่กัน จะมั่นคงกว่า - CORF (กั้นชื่อเสีย): เวลาใครพลาดแล้วเรารีบตัดเขาออกจากตัวเอง ลองถามว่าเรากลัวเสียภาพลักษณ์หรือเปล่า การยอมรับว่าทีม/คนใกล้ตัวผิดพลาดได้ ทำให้สัมพันธ์ไม่เปราะ ปล. ในภาพมีคำว่า “แบบทดสอบ Money Attachment Style” ถ้าคุณสนใจแนวแบบทดสอบ ลองใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนตัวเองได้ แต่แนะนำให้มองว่าเป็น ‘จุดเริ่มต้นในการสำรวจใจ’ มากกว่าคำตัดสินสุดท้าย จะได้ไม่ตกหลุมความคิดแบบเหมารวมตัวเองเกินไป





