Automatically translated.View original post

E-card online card

9/14 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลัง “สร้าง e-card ออนไลน์” เพื่อใช้เป็นการ์ดเชิญงานแต่ง เราแนะนำให้เริ่มจากคิดเหมือนทำหน้าเว็บเล็ก ๆ ที่เล่าเรื่องงานของเราให้ครบ แล้วค่อยใส่ลูกเล่นทีหลัง จะทำให้การ์ดออกมาดูโปรและแขกใช้งานง่ายมาก 1) วางโครงเนื้อหาที่ควรมีใน Wedding E-card - หน้า HOME: ชื่อคู่บ่าวสาว + ข้อความเชิญสั้น ๆ (ให้การ์ดออนไลน์เล่าเรื่องคุณในแบบตัวคุณ) - วัน/เวลา: ระบุให้ชัด (วัน เดือน ปี + เวลาเริ่มงาน) - LOCATION: ใส่ชื่อสถานที่และปุ่มไป Google Maps (ลิงก์ Maps ช่วยลดคำถามเรื่องการเดินทางได้เยอะ) - ธีม/โทนสี: เช่น THEME : COLORFUL ถ้าชอบสีสดใสก็ยึดโทนนี้ทั้งการ์ด - RSVP: ทำเป็นฟอร์มให้แขกตอบรับ/ไม่สะดวกมา พร้อมช่องจำนวนผู้ร่วมงานและเบอร์โทรติดต่อ 2) วิธีทำให้ E-card “คลิกแล้วใช้งานต่อได้ทันที” - ปุ่มแผนที่: ใช้ลิงก์จาก Google Maps (แชร์ > คัดลอกลิงก์) แล้ววางเป็นปุ่ม “Maps/ขับรถ” เพื่อให้กดนำทางได้ทันที - ปุ่มติดต่อ: ใส่เบอร์โทร/ไลน์เป็นลิงก์ (กดแล้วโทรหรือแชทได้) - ปุ่ม RSVP: ถ้าใช้ฟอร์ม ให้ตั้งค่าหลังบ้านให้ส่งคำตอบเข้าชีต/อีเมล เพื่อเช็กยอดแขกง่าย 3) เคล็ดลับเลือกภาพและข้อความให้เข้าธีม - ถ้าสถานที่เป็นฟีลทะเล/บีช อย่าง “Midsummer Beach” ให้ใช้ภาพโทนสว่าง สนุก ๆ และเลือกฟอนต์อ่านง่าย - อย่าใส่ข้อความยาวเกินไปในแต่ละหน้า ให้แบ่งเป็นหัวข้อ เช่น WEDDING / LOCATION / RSVP จะอ่านไวบนมือถือ 4) เช็กลิสต์ก่อนส่งการ์ดให้แขก - ลองกดทุกปุ่ม: HOME, LOCATION, RSVP, Maps ว่าเปิดได้จริง - ตรวจสะกดชื่อสถานที่และวันที่ (สำคัญมาก) - ทดสอบบนมือถือหลายเครื่อง เพราะแขกส่วนใหญ่เปิดจากมือถือ - ตั้งค่าแชร์ภาพหน้าปก (cover) ให้ดูน่าคลิก เช่น ใส่ชื่อคู่บ่าวสาวและคำว่า WEDDING ชัด ๆ 5) ข้อความ RSVP ที่เราชอบใช้ (คัดลอกไปปรับได้) - “รบกวนตอบรับการเข้าร่วมงาน (RSVP) เพื่อให้เราจัดเตรียมที่นั่งได้พอดีนะคะ/ครับ” - เพิ่มตัวเลือก “ขออภัยไม่สะดวกไปร่วมงานจริงๆ” เพื่อให้แขกตอบได้สุภาพ สรุปคือ การสร้าง e-card ออนไลน์ให้เวิร์กไม่ใช่แค่สวย แต่ต้อง “ครบ” และ “กดใช้งานง่าย” โดยเฉพาะลิงก์แผนที่และฟอร์ม RSVP พอทำตามโครงนี้ การ์ดเชิญงานแต่งของเราจะดูเป็นระเบียบ แขกไม่หลงทาง และจัดการรายชื่อได้สะดวกมากค่ะ