รีวิวผ่าตัดกระเพาะอาหารรักษาโรคอ้วน

น้ำหนักพีคสุด 149 กิโลกรัม อก 60 เอว 58 นิ้ว…นอนลำบาก กรนดังมาก ตื่นมาปวดหัว ปวดเข่า ปวดขา เดินไม่กี่ก้าวก็เหนื่อย ความดันสูง เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ใช้ชีวิตลำบาก ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำให้ตัดสินใจเข้ารับการ “ผ่าตัดกระเพาะอาหาร” เพื่อ “รักษา” โรคอ้วน

ใช่แล้ว!!! มันคือตัวช่วยสุดท้ายที่จะทำให้เรามีชีวิตใหม่ ลดโรค ลดความเสี่ยง ไม่ได้บอกว่ามันคือทางเลือกที่ดีที่สุดนะคะ แต่มันคือการรักษาอีกหนึ่งวิธีของคนที่เป็นโรคอ้วนอย่างเรา

เราเข้ารับการผ่าตัดที่ “โรงพยาบาลราชธานี” โดยคุณหมอวีระเดช

เมื่อปลายปี 2566 ตรวจสุขภาพรอคิว 1 เดือน โดยใช้สิทธิประกันสังคม เสียค่าใช้จ่ายไป 45,xxx บาท คุณหมอเก่งมาก อินดี้หน่อยๆ แนะนำเยอะมาก พยาบาลน่ารักดูแลใส่ใจมาก

อาการข้างเคียงหลังผ่า ไม่มีเลย ไม่เจ็บแผล ผ่าออกมา ตอนตื่นลุกเข้าห้องน้ำเองได้ แต่มีอาเจียนหนักเพราะแพ้ยาสลบ 14 วันหลังผ่าทานแต่นมทางการแพทย์ , นมโปรตีน , ไข่ตุ๋น

พบครบ 1 เดือน เริ่มทำอาหารคลีนทานเอง จากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ ลดหวาน ลดเค็ม ลดของทอด น้ำหนักลงตามเกณฑ์

ปัจจุบันน้ำหนักอยู่ที่ 79-80 กิโลกรัม รอบอก 38 เอว 34 นิ้ว สิ่งหนึ่งที่คนตัดสินใจเข้ารับการผ่ากระเพาะต้องมีคือ “ความอดทนและมีวินัย” ถ้าผ่ามาแล้ว แต่กลับไปกินเหมือนเดิมก็สามารถกลับมาอ้วนได้ค่ะ

ใครจะบอกว่าเป็นวิธีของพวกขี้แพ้ก็แล้วแต่จะคิด สำหรับเราตอนนี้เหมือนได้ชีวิตใหม่ กลับมารักตัวเอง ดูแลตัวเองมากขึ้น กินอย่างมีสติ มีวินัย

เป็นกำลังใจทุกคนๆเลยนะคะ ✌🏻😊🫶🏻

#ผ่าตัดกระเพาะอาหาร #รีวิวผ่ากระเพาะ #โรงพยาบาลราชธานี #คนอ้วน #โรคอ้วน

2025/2/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามเรื่อง “รอยแผลผ่าตัดกระเพาะ” กับ “ปวดท้องหลังผ่าต้องฉีดยาแก้ปวดท้องไหม” เลยขอมาเล่าเพิ่มแบบละเอียดจากที่เราเจอมาค่ะ (ของแต่ละคนอาจต่างกัน แต่หวังว่าจะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น) 1) รอยแผลผ่าตัดกระเพาะ (ส่องกล้อง) หน้าตาเป็นยังไง ของเราเป็นผ่าตัดส่องกล้อง เลยไม่ได้เป็นแผลยาวๆ แต่จะเป็น “แผลเล็กหลายจุด” ประมาณ 4 จุดบริเวณหน้าท้อง ตอนออกจากห้องผ่าตัดแผลจะถูกปิดด้วยผ้าก๊อซ/พลาสเตอร์ปิดแผลไว้ ดูเหมือนจุดเล็กๆ มากกว่าแผลใหญ่ ซึ่งช่วยเรื่องความมั่นใจและการฟื้นตัวพอสมควร แผลช่วงแรกควรโฟกัส 2 เรื่องคือ - ทำให้แผล “แห้งและสะอาด” ตามที่พยาบาลแนะนำ - เลี่ยงการแกะ/เกา เพราะจะทำให้รอยเข้มขึ้นและเสี่ยงเป็นแผลนูน หลังแผลปิดสนิทแล้ว (ช่วงเวลาขึ้นกับคำแนะนำทีมแพทย์) เราจะเริ่มดูแลเรื่องรอยต่อ เช่น ทากันแดดบริเวณที่โดนแสง/เลี่ยงแดดจัด ใส่เสื้อไม่รัดจนเสียดสี เพราะรอยแผลช่วงแรกจะยังชมพูๆ อยู่ ถ้าดูแลดีส่วนใหญ่จะค่อยๆ จางลงค่ะ สัญญาณที่ควรรีบติดต่อโรงพยาบาล - แผลบวมแดงร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ - มีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือมีเลือดซึมไม่หยุด - มีไข้ร่วมกับปวดแผลมากผิดปกติ 2) หลังผ่าจะ “ปวดท้อง” ขนาดไหน ต้องฉีดยาแก้ปวดท้องไหม ของเราแทบไม่เจ็บแผลเลยค่ะ อาจจะตึงๆ หน้าท้องเวลาขยับตัวมากกว่า และวันแรกๆ จะรู้สึกไม่สบายท้องจากการผ่าตัด/แก๊สในช่องท้อง (บางคนจะปวดไหล่ด้วยจากแก๊ส) แต่ไม่ได้ปวดแบบทนไม่ไหว เรื่อง “ฉีดยาแก้ปวดท้อง” จริงๆ จะขึ้นกับระดับความปวดและแนวทางของโรงพยาบาล บางคนได้ยาแก้ปวดแบบฉีดในช่วง 1–2 วันแรก หรือให้เป็นยาเม็ด/น้ำแทน แต่กรณีเราไม่ได้มีอาการปวดจนต้องฉีดเพิ่ม สิ่งที่ทรมานสุดกลับเป็น “อาเจียนหนักเพราะแพ้ยาสลบ” มากกว่า เลยอยากแนะนำว่าให้บอกประวัติแพ้ยา/เมารถเมาเรือ/คลื่นไส้ง่ายกับวิสัญญีตั้งแต่ก่อนผ่าตัด เผื่อเขาปรับแผนยาป้องกันคลื่นไส้ให้ค่ะ ถ้าปวดท้องหลังผ่าร่วมกับอาการเหล่านี้ แนะนำให้โทรกลับโรงพยาบาลทันที - ปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดแบบแปลกไปจากวันก่อน - อาเจียนซ้ำๆ ดื่มน้ำไม่ได้ - หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อแตก หรือมีไข้ 3) ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ฟื้นตัวและลดกังวลเรื่องแผล - ลุกเดินเบาๆ ตามที่พยาบาลอนุญาต จะช่วยลดแน่นท้อง/อืดจากแก๊ส - กิน-ดื่มตามสเต็ป (ช่วงแรกของเราเน้นนมทางการแพทย์ นมโปรตีน ไข่ตุ๋น) อย่าฝืนรีบกินของแข็ง เพราะนอกจากจุกแน่น ยังทำให้ไม่สบายท้องได้ - ถ่ายรูปแผลไว้เทียบทุกวัน จะเห็นว่าอาการบวม/ช้ำลดลงจริง และช่วยให้เรารู้ทันถ้าเริ่มผิดปกติ สุดท้ายอยากบอกว่า “รอยแผล” สำหรับเราถือว่าเล็กกว่าที่คิด และสิ่งที่ต้องชนะจริงๆ หลังผ่า คือวินัยการกินและการดูแลตัวเองค่ะ ใครมีคำถามเรื่องแผลส่องกล้องหรืออาการปวดท้องหลังผ่า ถามไว้ได้เลย เดี๋ยวเราตอบจากที่เจอมานะคะ

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Tapaporn Chaina
Tapaporn Chaina

กินเหมือนกันเลยเพื่อน ไข่ตุ๋น

รูปภาพของ Tapaporn Chaina
Tapaporn Chaina

เป็นการรักษา❤️❤️❤️

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม