Automatically translated.View original post

This post is a case study for learning, not a real child's treatment.

Let's say "Nong A" is 2 years old.

Almost every meal lasts about an hour, and I have to run after it.

🔎 Month 1: Stop guessing first.

I started writing that

• What food makes you very sweet?

• Which meal is easy to eat?

• When to eat milk / snacks

• Is there a cough or choke?

Some foods were found to be drier and harder to chew than their children could handle.

🔎 Month 2: Adjust the Environment

Reduce feed-based runs

Arrange the meal for time.

Reduce distractions

And choose a food that suits more skills.

🔎 Month 3: Gradual training

Increase the variety of texture according to availability.

Not rush to swallow.

Not stuffing new words while old words are still

The result in the "fictional example" is that meal time decreased from about 60 minutes to about 20 minutes.

But that doesn't mean every child works the same way.

📌 Save it as a Framework. Think of Rice Candy Time.

📤 Share it for people in the house to read.

👆 Follow "Mother Cane is Good."

9/2 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ของแม่หลายคน รวมถึงตัวเอง การที่เด็กเล็กอมอาหารนาน มักเกิดจากหลายปัจจัยที่พ่อแม่อาจไม่ทันสังเกต เช่น อาหารมีความแห้งหรือแข็งเกินไปจนเด็กเคี้ยวไม่ถนัด หรือพฤติกรรมที่ลูกยังไม่พร้อมกลืนคำใหม่ ควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมที่รบกวน เช่น สภาพแวดล้อมไม่สงบ หรือแม่ต้องวิ่งตามป้อนตลอดเวลา การเริ่มต้นด้วยการจดบันทึกว่าอาหารจานไหนทำให้ลูกอมอาหารนาน หรือช่วงเวลาใดที่ลูกกินง่ายกว่าช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ต้องปรับอะไรไหม เช่น เลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัย เช่น ข้าวนุ่ม หรือผักที่ต้มจนเปื่อยเพื่อให้เคี้ยวง่ายขึ้น สิ่งสำคัญคือการจัดตารางมื้ออาหารให้เป็นเวลา ไม่ปล่อยให้กินข้าวตามใจชอบเพราะจะทำให้เด็กไม่มีความคุ้นเคยและไม่รู้เวลาหยุดกิน เมื่อเวลาแน่นอนและไม่มีสิ่งรบกวน เช่น ปิดทีวี หรือเล่นโทรศัพท์ในเวลากินข้าว เด็กจะตั้งใจกินมากขึ้นและไม่อยากอมอาหารนาน นอกจากนี้ การฝึกให้เด็กค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของเนื้อสัมผัสตามความพร้อม เช่น เริ่มจากอาหารนุ่ม ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มอาหารที่ต้องใช้การเคี้ยวมากขึ้นอย่างช้า ๆ ช่วยพัฒนาทักษะการเคี้ยวและกลืนอย่างมั่นใจ และไม่ควรบังคับให้กลืนคำใหม่ขณะที่คำเก่ายังไม่หมด เพราะจะทำให้เกิดอาการสำลักและเด็กไม่อยากกินข้าว ผลลัพธ์ที่ได้จากวิธีนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเด็ก แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เด็กจะเริ่มกินอาหารได้ดีขึ้น ใช้เวลามื้ออาหารลดลงมากจากเดิมและพ่อแม่ก็ไม่ต้องวิ่งตามป้อนตลอดเวลา สามารถใช้วิธีนี้เป็นกรอบความคิดหรือ Framework สำหรับผู้ปกครองที่เจอปัญหาเด็กอมข้าวนานได้จริง ท้ายที่สุด ขอแนะนำให้พ่อแม่แชร์ข้อมูลนี้ให้กับคนในครอบครัวหรือผู้ดูแลเพื่อลดภาระและสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพราะการเลี้ยงลูกต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกคนในบ้าน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะการกินอย่างถูกต้องและมีพัฒนาการที่ดีสมวัย