ตอบคำถาม🇹🇼ทุนเรียนต่อไต้หวัน ม.เอกชนให้เงินเยอะ??? 💸💰

ฮาโหวววว🤚🏼

วันนี้มาแชร์ทุนเรียนต่อไต้หวัน สำหรับคนที่สนใจ แต่ยังไม่มั่นใจในตัวเอง 🫣

เราก็เป็นคนนึงที่ไม่เคยคิดฝันว่าอย่างเราเนี่ยนะ!!! แต่ก่อนอื่นขอขยายความคำว่า“อย่างเราเนี่ยนะ” ก่อน 👇🏼👇🏼

- เกรดน้อย👉🏼 2.11

- จบช้า 👉🏼 ป.ตรี 6 ปี เรียนพร้อมเพื่อนจบพร้อมแพทย์😂😂

- เปลี่ยนสาย 👉🏼 สมัครขอทุนป.โท สาขาใหม่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ แม้แต่นิดเดียว กับ ป.ตรี ที่เรียนจบมา

- ไม่มีประสบการณ์ทำงาน 👉🏼 ไม่มีทั้งที่ตรงกับสายป.ตรีที่เรียนมาและป.โทที่สมัครไป 🥹

- แก่ 👉🏼 อายุ ณ วันเข้าเรียน 31 ขวบ✌🏼

แต่แล้วฝันเราก็เป็นจริง รอบนี้เป็นรอบสองที่เราลองสมัครไปแล้วก็ได้ทุนเหมือนเดิม

มีหลายคนเคยถามมาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่มหาลัยให้ มันพอไหม?? มันก็แล้วแต่การใช้เงินของเราด้วย แต่มะปรางว่าที่ ม.นี้ให้ ถือว่าอยู่ได้เลยนะ🌟และถ้าใครโชคดี อาจารย์ที่ปรึกษาหรือว่า แล็บที่เราทำโปรเจค ทำธีสิส ก็อาจจะมีเงิน สนับสนุนช่วยเหลือรายเดือนให้อีกมากน้อยแตกต่างกันไป🌟ตัวมะปรางเองก็ได้น้า 🤩 เพื่อนบางคนแล็บให้ 6,000 8,000 12,000 16,000 หลากหลายเรทมาก และได้กันตั้งแต่เทอมแรกเลย (มะปรางได้ตอนเทอม2) มีรุ่นพี่อินโดป.เอกสาขานึง อาจารย์แล็บเค้าให้เพิ่มจากทุนมหาลัย 20,000+ ฟังแล้วช๊อคคค อิจฉามั๊ก ‼️แต่เรื่องแบบนี้แล้วแต่กรณีจริงๆ เบื้องต้นอยากให้โฟกัสที่ทุนมาตรฐานของมหาลัยเป็นหลัก ว่าเราพอใจไหมที่จะมาเรียน‼️

🔅โดยทุนมาตรฐานของมหาลัยก็จะเป็น🔅

Type A (ป.เอกเท่านั้น) เรียนฟรี +รายเดือน 16,000 TWD

Type B เรียนฟรี +รายเดือน 12,000 TWD

Type C เรียนฟรีอย่างเดียว

ประกาศผลออกมามะปรางได้ Type C แต่ๆๆๆๆ อย่าพึ่งหมดหวัง

พอรู้ผลแล้วมะปรางก็รีบเมล์ไปหาไดเรคเตอร์ของสาขาเลย เพื่อแจ้งข่าวเขา ว่าเราได้ค่าเรียนอย่างเดียวน้า 🥺🥺 กราบขอความกรุณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเรียนต่อของเราด้วยเถิด 🤣🤣🤣🤣

และผลคือได้ค่ะ ได้เท่า Type A เลยด้วย!!!! หลังจากเข้าเรียนไปได้หนึ่งเทอม มะปรางก็ถึงเวลาต้องเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา พอเลือกแล้วก็ได้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมตั้งแต่เทอมที่สองเป็นต้นไปอีกเดือนละ 10,000 TWD !!! ฟลุคเป็นบ้าเลย🥳🥳

มหาลัยที่ไต้หวันสำหรับมะปราง คิดว่าคุยง่าย และพึ่งพาได้ ถ้าเราได้ทุนไม่เต็มให้ลองคุยกับเขาดูก่อน ขนาดเพื่อนสาขาเดียวกันชาวเวียดนาม ได้ทุนเต็มเดือนละ 12,000 ยังขอเพิ่มจากสาขาอีก เค้าก็ให้นะคะ อีกเดือนละ 9,000 อันนี้ไม่เกี่ยวกับแล็บและที่ปรึกษาด้วย แนะนำว่าติดขัดยังไงลองปรึกษากับสาขาที่รับเราเข้าเรียนดูค่ะ

วันนี้นอกจากจะมาแชร์เรื่องเงินทุนการศึกษาแล้วเนี่ย

ก็อยากจะมาเชียร์มหาลัยของตัวเองเป็นพิเศษด้วยค่ะ

มหาลัยมะปราง ถึงจะเป็นมหาลัยแพทย์ แต่ก็มีหลายสาขาให้เลือกเรียนต่อได้ ตัวมะปรางเองก็ไม่ได้มีภูมิหลังการศึกษาสายสุขภาพแต่อย่างใด ที่สำคัญเป็นมหาลัยที่สนับสนุนนักเรียนต่างชาติเป็นอย่างดี มีการส่งเสริมด้านกิจกรรม วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและอื่นๆอีกมากมาย มีเพื่อนหลากหลายชาติจากทั่วโลก แต่นักเรียนไทยยังน้อยมากๆ 🥹 ถ้าใครสนใจลองหาข้อมูลดู อยากให้สมัครมาเรียนด้วยกันค่า แล้วไว้มาแชร์เรื่องการเปลี่ยนสาย แนะนำสาขาที่เรียน และกิจกรรมอื่นๆ ในโอกาสหน้าจ้า

📌ส่วนรีวิว สอนเขียนเรียงความ+เตรียมเอกสาร มีที่ช่อง YouTube ของมะปรางค่า🎥

#ทุนเรียนต่อต่างประเทศ #ทุนเรียนฟรี #เรียนต่อต่างประเทศ #เรียนจีน #เรียนต่อไต้หวัน #เรียนต่อไหนดี #การศึกษา #พัฒนาตัวเอง #ชีวิตต่างแดน #ทุนเรียนต่อต่างประเทศฟรี

ไทเป
2025/9/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถาม “วิธีเขียนเรียงความขอทุน” ว่าต้องเริ่มยังไง โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องเกรดไม่สวย/เปลี่ยนสาย/อายุ 30+ แบบเรา เลยขอรวมเป็นแนวทางที่ใช้ได้กับ Statement of Purpose (SOP), Study Plan และ Personal Statement (PS) เผื่อเอาไปปรับใช้กับทุนมหาลัย (รวมถึงมหาลัยเอกชนที่ไต้หวัน) ได้เลย 1) แยกก่อนว่า SOP / Study Plan / PS ต่างกันยังไง - SOP: “ทำไมสาขานี้ ทำไมที่นี่ ทำไมตอนนี้” เน้นเหตุผลเชิงวิชาการ+เป้าหมาย - Study Plan: แผนการเรียนเป็นขั้นตอน เช่น จะเรียนวิชาอะไร สนใจหัวข้อวิจัยไหน ทำไทม์ไลน์คร่าวๆ - Personal Statement: ตัวตนและประสบการณ์ชีวิต เน้นแรงผลักดัน คุณค่าที่เราเชื่อ และความพร้อมด้านนิสัย/soft skills 2) โครง 5 ย่อหน้าที่เขียนง่ายและอ่านลื่น (แนะนำมาก) ย่อหน้า 1 Hook สั้นๆ: เหตุการณ์/คำถามในใจที่พาเรามาถึงสาขานี้ (อย่าเวิ่น) ย่อหน้า 2 พื้นฐานที่เกี่ยวข้อง: เลือกเล่าเฉพาะสิ่งที่โยงกับสาขาใหม่ได้ เช่น โปรเจกต์เล็กๆ คอร์สออนไลน์ งานอาสา งานพาร์ทไทม์ ย่อหน้า 3 ทำไมต้อง “มหาวิทยาลัยนี้/ไต้หวัน”: ใส่หลักฐานจากเว็บภาควิชา เช่น แล็บ อาจารย์ หัวข้อวิจัย ความเป็นนานาชาติ 2 แคมปัส/ทำเลใกล้ไทเป (ถ้าเกี่ยว) ย่อหน้า 4 แผนการเรียน/วิจัย: ระบุความสนใจ 2-3 หัวข้อ + วิธีทำคร่าวๆ + สิ่งที่อยากเรียนรู้ ย่อหน้า 5 เป้าหมายหลังเรียนจบ + สิ่งที่คุณจะ contribute: จะกลับไปทำงานด้านไหน/ต่อยอดอะไร และคุณจะช่วยกลุ่มวิจัยหรือชุมชนมหาลัยยังไง 3) ถ้าเกรดไม่สวย ให้ “อธิบายแบบรับผิดชอบ” ไม่แก้ตัว สูตรที่เราใช้คือ: ยอมรับ 1 บรรทัด + บอกบทเรียน + โชว์หลักฐานว่าดีขึ้น ตัวอย่างแนวทาง: “ช่วงต้นมหาลัยเราจัดการเวลาไม่ดี… หลังจากนั้นเราแก้ด้วย… และพิสูจน์ด้วยคอร์ส/โปรเจกต์/ผลงาน…” สำคัญ: อย่าโยนความผิดให้คนอื่น และอย่าเล่าปัญหาส่วนตัวหนักๆ ยาวเกินไป 4) เปลี่ยนสายให้ดูมีเหตุผล ด้วย ‘สะพานเชื่อมทักษะ’ เขียนเป็น bullet สั้นๆ ได้เลยว่า จากสายเดิมเราได้ทักษะอะไรที่ใช้กับสาขาใหม่ เช่น - การวิเคราะห์ข้อมูล/สถิติ - การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม - การทำงานเป็นทีม/ทำโปรเจกต์ แล้วปิดด้วยประโยคว่า “เลยอยากย้ายมาเพื่อโฟกัสด้าน…อย่างจริงจัง” 5) คีย์เวิร์ดที่กรรมการชอบเห็น (แต่ต้องใช้แบบพอดี) research interest, motivation, academic fit, contribution, international environment, long-term goal, commitment และคำที่ควรเลี่ยง: “I love this university” แบบลอยๆ / “my dream since I was a child” ถ้าไม่มีหลักฐานรองรับ 6) เช็กลิสต์ก่อนส่ง (ช่วยลดโดนตีกลับมาก) - ยาวตามที่กำหนด (ส่วนมาก 1-2 หน้า) และอ่านจบใน 2-3 นาทีได้ - ทุกย่อหน้ามี “หลักฐาน” ไม่ใช่ความรู้สึกล้วนๆ - ใส่ชื่อโปรแกรม/ภาควิชา/อาจารย์ถูกต้อง 100% - ให้เพื่อนช่วยอ่าน 2 รอบ: รอบแรกดูเนื้อหา รอบสองเก็บ grammar/คำซ้ำ สุดท้าย ถ้าคุณได้ทุนไม่เต็ม อย่าเพิ่งหมดหวัง—ในหลายเคสสามารถคุยกับสาขา/ไดเรคเตอร์ได้ (สุภาพ ชัดเจน มีเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายและแผนการเรียน) แต่ “เรียงความ” ต้องแน่นก่อน เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เขาเชื่อว่าเราคุ้มที่จะลงทุนค่ะ

ค้นหา ·
เรียนต่อป.โท ไต้หวันทุนฟรี

49 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Tan sweetie
Tan sweetie

อยากรู้ว่ามีสาขาไหนบ้างคะ

ดูเพิ่มเติม(8)
รูปภาพของ JJ
JJ

อนุญาตสอบถามนะคะ ต้องติดต่อทางไหนคะ

ดูเพิ่มเติม(3)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม