Automatically translated.View original post

Top 10 "star Yuri" who got the "most presenter" of 2025 # Shi

1/8 Edited to

... Read moreเวลาเห็นคำว่า “พรีเซ็นเตอร์” ในข่าวบันเทิง หลายคนอาจสงสัยเหมือนกันว่า…จริง ๆ แล้วพรีเซ็นเตอร์คืออะไร ต่างจาก “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ “พรีเซ็นเตอร์แคมเปญ” ยังไง และทำไมปี 2025 ถึงมีดารายูริหลายคนกวาดงานพรีเซ็นเตอร์แบบรัว ๆ จนบางคนแตะหลักสิบแบรนด์ (อย่างที่มีคนพูดถึงเบกกี้ 17 แบรนด์, น้ำตาล ทิพย์นารี 25 แบรนด์ และหลิงหลิง 30 แบรนด์) จากประสบการณ์คนชอบตามแคมเปญการตลาด เวลาที่แบรนด์เลือก “พรีเซ็นเตอร์” เขามองมากกว่าแค่ความดัง แต่จะดู “ภาพลักษณ์ที่เข้ากับสินค้า” + “ฐานแฟนที่พร้อมซัพพอร์ต” + “ความสามารถในการทำคอนเทนต์ขายของได้” โดยเฉพาะยุคนี้ที่โฆษณาไม่ได้จบแค่ภาพนิ่งหรือ TVC แต่ต้องต่อยอดเป็น TikTok/IG Reels/ไลฟ์ขายของด้วย ดาราที่สื่อสารเก่ง มีคาแรกเตอร์ชัด และแฟนคลับเอ็นเกจสูง จะยิ่งมีโอกาสได้งานพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง ถ้าอยากอ่านอันดับพรีเซ็นเตอร์ให้สนุกและได้ประโยชน์ แนะนำให้ดู 3 อย่างควบคู่กัน 1) “จำนวนแบรนด์” บอกความฮอตและความถี่ในการถูกเลือก แต่ไม่ได้แปลว่าค่าตัวหรือสเกลงานเท่ากันทุกแบรนด์ 2) “หมวดสินค้า” เช่น สกินแคร์ เมคอัพ แฟชั่น อาหารเสริม อุปกรณ์ไลฟ์สไตล์—บางคนเหมาะกับสายบิวตี้มาก บางคนเหมาะกับสายแฟชั่นหรือสินค้าแมส 3) “รูปแบบงาน” งานพรีเซ็นเตอร์เต็มตัวจะมีความผูกพันกับแบรนด์มากกว่า บางงานเป็นแค่แคมเปญสั้น ๆ หรืออีเวนต์ครั้งเดียว อีกอย่างที่หลายคนมองข้ามคือ “ความเสี่ยงเรื่องภาพจำ” ถ้าดารารับงานพรีเซ็นเตอร์เยอะมากจนเกินไป บางช่วงคนดูอาจเริ่มจำไม่ไหวว่าเป็นแบรนด์ไหน หรือรู้สึกว่าขายทุกอย่าง แต่ถ้าบริหารดี เลือกแบรนด์ที่เข้ากับตัวเองและจัดตารางปล่อยงานไม่ชนกัน ก็จะช่วยให้ภาพลักษณ์ดูพรีเมียมและน่าเชื่อถือขึ้น สำหรับสายตามเทรนด์ แนะนำให้เซฟโพสต์อันดับไว้ แล้วลองสังเกตต่อว่าในครึ่งปีหลังใครจะขึ้น “เบอร์ 1” ของไทยในสายยูริ เพราะตลาดพรีเซ็นเตอร์เปลี่ยนไวมาก—แค่แคมเปญหนึ่งไวรัล ก็มีสิทธิ์ทำให้จำนวนแบรนด์พุ่งได้เลย