10 อันดับ “มหาลัย” ที่คน “อยากเรียนนิติศาสตร์” มากที่สุดในไทย #ชีวิตติดการตลาด #TikTokUni #b
10 อันดับ “มหาลัย” ที่คน “อยากเรียนนิติศาสตร์” มากที่สุดในไทย #ชีวิตติดการตลาด #TikTokUni #bizthailand #ทนายปีศาจ #นิติศาสตร์
ถ้าใครกำลังหาข้อมูลว่า “นิติศาสตร์มีมหาลัยไหนบ้าง” หรืออยากดูภาพรวม “10 อันดับมหาลัยนิติศาสตร์ 2566” ก่อนตัดสินใจสมัคร เราแนะนำให้ใช้ลิสต์อันดับเป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยไล่เช็กข้อมูลเชิงลึกของแต่ละมหาวิทยาลัยอีกที เพราะความ “น่าเข้า” ของคณะนิติไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องสไตล์การเรียน สายอาชีพที่ต่อยอดได้ และความเข้มข้นของการแข่งขันด้วย จากที่เราเคยไล่ดูข้อมูลรับเข้า หลายมหาลัยมีจำนวน “ผู้สมัคร” สูงมาก แต่ “รับ” น้อย ทำให้การแข่งขันเดือด (บางที่ผู้สมัครเป็นพัน แต่รับหลักสิบ/หลักร้อย) ดังนั้นถ้าดูจากสถิติแล้วรู้สึกว่าคะแนนเราอาจไม่ถึงเป้าหมายอันดับต้น ๆ ให้เตรียม “แผนสำรอง” ไว้ 1–2 ที่ด้วย จะช่วยลดความกดดันตอนยื่นจริง อีกอย่างที่ควรคิดคือ เป้าหมายหลังเรียนจบ คุณอยากไปทางไหน: เป็นทนายความ, ผู้พิพากษา/อัยการ, นิติกรบริษัท, กฎหมายระหว่างประเทศ, หรือสายกฎหมายธุรกิจ ถ้าเล็งงานบริษัทใหญ่ ๆ อาจสนใจมหาลัยที่อยู่ในเมือง เดินทางฝึกงานง่าย มีคอนเนกชันกับสำนักงานกฎหมาย/บริษัทเอกชน แต่ถ้าเน้นความเข้มด้านวิชาการและระบบการสอบ บางมหาลัยก็ขึ้นชื่อเรื่องความจริงจังในห้องเรียนมาก ๆ เช็กลิสต์สั้น ๆ ที่เราใช้เวลาหาข้อมูลคณะนิติศาสตร์แต่ละที่ (เอาไปใช้ได้กับทุกมหาลัยในอันดับเลย) 1) แผนการเรียน/วิชาเด่น: มีวิชาเลือกด้านกฎหมายธุรกิจ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญาไหม 2) โอกาสฝึกงาน: มีคลินิกกฎหมาย ศูนย์ให้คำปรึกษา หรือความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ/เอกชนหรือเปล่า 3) สังคมและกิจกรรม: ชมรมโต้วาที มูทคอร์ต (moot court) ทีมแข่งขันกฎหมาย—ช่วยเรื่องประสบการณ์จริงมาก 4) ค่าใช้จ่ายและการเดินทาง: บางคนมองข้าม แต่มีผลต่อคุณภาพชีวิต 4 ปีเต็ม 5) สถิติรับเข้า: ดูจำนวนผู้สมัคร/จำนวนรับ และคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดในปีก่อน ๆ เพื่อกะระดับการแข่งขัน สุดท้าย ถ้าชอบบรรยากาศแบบ “อยากเรียนให้สุดแล้วไปเป็นทนาย” (สายจริงจัง) ลองไปงาน Open House หรือดูรีวิวเด็กคณะนิติของแต่ละมหาลัยเพิ่มเติม จะช่วยให้เห็นภาพชีวิตจริงมากกว่าดูแค่อันดับอย่างเดียว แล้วค่อยเลือกที่ที่ “เหมาะกับเรา” มากที่สุดค่ะ

















ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม