เผื่อว่าใครยังรออ่านอยู่
หลังจากที่เราหันไปเห็นว่าเป็นเพื่อนของเราเอง วินาทีนั้นเราก็ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นและดีใจจนความจริงไปเลย เราถามมันทันทีว่าหายไปไหนมา 'กูโครตคิดถึงมึงเลย' แล้วมันก็ถามกลับ คิดถึงอะไรของมึง
ไม่รู้สิ ความรู้สึกในตอนนั้นมันคิดถึงมากๆ ขนาดเราเองก็ยังแปลกใจ เลยบอกมันไปว่า
'เหมือนไม่ได้เจอมึงนานแล้ว'
มันเลยถามเรากลับทันทีพร้อมทำหน้าแปลกใจ
'กูก็อยู่นี่ตลอด'
"ไม่รู้ดิ" เราตอบแบบงงๆ ก่อนจะถามขึ้น "มึงเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย กูได้ยินคนเขาว่ากันว่ามึงตายแล้ว"
'ถ้ากูตายแล้ว กูจะมานั่งคุยกันมึงได้ไง ประสาทแดกละ'
"เออ เนอะ"
จากนั้นมันก็พูดขึ้นเฉยๆ
'วิ! มึงไปอยู่กับกูมั้ย'
ตอนนั้นเรามัวแต่ดีใจที่เจอมัน เลยตอบแบบไม่ต้องหยุดคิดเลย
"ไปดิมึง! ไปดิ"
เท่านั้นแหละ เพื่อนเราก็คว้าข้อมือเราแล้วลุกขึ้นจากที่นอนและพาไปทางเดินลงบันไดทันที แต่จังหวะที่เรากำลังจะเดินก้าวตามมันไปอยู่ๆ เรื่องที่เราบอกว่า *ดีใจจนลืมความจริงไปเลย* ก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ ก่อนที่เราจะชักแขนตัวเองกลับ
"เฟิร์ส มึงตายไปแล้วใช่เหรอวะ"
มันเงียบ...บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปจนแทบหยุดหายใจ
จากบ้านธรรมดา กลายเป็นรกล้าง ห้องพื้นไม้ที่มุงกลางนอน เต็มไปด้วยยักใยและฝุ่นเขม่าเต็มไปหมด ถึงตอนนั้นเราก็คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว นอกจากบอกมันในความคิดว่า
"กูจำได้แล้ว กูไปงานศพมึง กู..." เสียงในความคิดเราค้างไว้แค่นั้น จากนั้นมันก็หายไปทันที โดยที่ไม่ได้หันกลับมาพูดหรือหันกลับมามองเราอีกเลย
(จบ)
ประสบการณ์ฝันที่แฝงด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความดีใจและความสยดสยองนี้ ทำให้ผมย้อนคิดถึงครั้งหนึ่งในช่วงที่ผมเองก็เคยฝันเจอเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน ในฝันนั้น ผมได้พบกับเพื่อนที่เคยสนิทกันอย่างไม่คาดคิด เรานั่งพูดคุยกันเรื่องราวต่าง ๆ เหมือนที่เคยทำในวันเวลาปกติ แต่พอพูดถึงความจริงเพื่อนคนนั้นกลับบอกว่าตายไปแล้ว และบรรยากาศรอบ ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างน่าขนลุกเหมือนเป็นที่รกร้างและเต็มไปด้วยฝุ่นผง เหมือนในเรื่องราวนี้ สิ่งที่ผมเข้าใจจากประสบการณ์ทั้งสอง คือความฝันแบบนี้สะท้อนถึงความอาลัยและคิดถึงคนที่จากไป โดยที่จิตใจเราเองยังไม่ปล่อยวาง และบางครั้งความฝันก็ช่วยให้เราได้พบเจอกับความทรงจำที่ยังคงอยู่ในใจ ทั้งความสุขและความเศร้า ที่สำคัญคือฝันเหล่านี้อาจเหมือนเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ไม่สิ้นสุดแค่เพียงการสูญเสียในโลกแห่งความจริง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงฝันเจอเพื่อนที่เสียชีวิตแล้วบ่อยๆ ผมมองว่า นอกจากเป็นการแสดงออกของจิตใต้สำนึกที่ยังยึดติดกับคนสำคัญแล้ว มันยังช่วยให้เรามีโอกาสได้พูดคุยหรือบอกเล่าเรื่องราวที่ยังค้างคาใจในชีวิตจริง ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกและเตรียมใจรับมือกับความจริงได้ดีขึ้น สำหรับคนที่ประสบกับฝันแบบนี้ ผมแนะนำให้ลองจดบันทึกความรู้สึกและเหตุการณ์ในฝัน เพราะมันอาจบอกเล่าเรื่องราวอะไรบางอย่างที่เรายังไม่ได้รับรู้ หรืออาจช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นในแง่มุมของความรักและความสูญเสีย






















































































