ประสบการณ์โดนเอเยนต์หลอกเกือบแสน !!
สวัสดีค่ะ นี้เป็นการเล่าเรื่องครั้งแรกของเรา ถ้าอ่านไม่เข้าใจหรือยังไง ต้องขอโทษด้วยนะคะ เรื่องมีอยู่ว่าเรามีสามีต่างชาติเป็นคนปากีสถาน ขั้นตอนของการทำวีซ่าของปากีสถานสมัยนี้มันยากมากๆ คนหลายๆคนก็แนะนำให้ใช้เอเยนต์จะง่ายกว่า เพราะถ้าอยากได้วีซ่าแต่งงาน ต้องบินกลับประเทศไปเอาวีซ่า 3 เดือนมาก่อน ซึ่งมันยากมาก และวุ่นวาย รวมกับเงินของเราก็ไม่มีซัพพอร์ตเขาขนาดนั้น ตม.ที่บ้านก็แนะนำให้จ่ายเงิน 36,000 แล้วเขาจะเปิดบัญชีธนาคารให้ และเอาเงิน 400,000 มาใส่ในบัญชี ซึ่งเราไม่มีทั้ง 36,000 และ 400,000 ก่อนหน้านี้พ่อเขาบอกจะให้ยืม 400,000 ก่อน แล้วผลัดกันโอนเข้า โอนออก แต่อยู่ดีๆพ่อของเขาก็ขาดการติดต่อไป ตอนนั้นเหมือนทางตัน ไม่รู้จะทำยังไง อยู่ๆ ก็มีอัยการสาวที่แม่เรารู้จัก มาบอกว่าจะทำวีซ่าให้ เพราะอาชิพเสริมเป็นเอเยนต์ ตอนนั้นด้วยความที่เราไม่มีทางอื่น + เงินที่เขาเสนอมาก็ไม่มาก แค่ 25,000 ทุกอย่างจะจบ เราเลยตกลงทำกับเขาค่ะ ช่วงแรกๆเราก็ไปตม.กับเขา ไปสแกนลายนิ้วมือ ไปกรอกเอกสาร ซึ่งเราเห็นด้วยทั้งหมด แต่มันมีเรื่องช่วงสแกนนิ้ว สามีของเราลืมสแกนนิ้วออกจากสนามบิน 3 ที่ ซึ่งทำให้ลายนิ้วมือสามีเรามีแค่ที่เดียว เขาจึงขอเงินเพิ่มเพื่อยัดใต้โต๊ะ เรื่องนี้เราถามสามีว่าสแกนมากี่ที่ นางก็บอกที่เดียว เราก็พอเข้าใจ เลยเพิ่มเงินให้เขา หลังจากจบวันนั้น เขาก็ขอเงินยัดใต้โต๊ะเรื่อยๆ 10,000 บาง 15,000 บาง 8,000 บาง เรื่องมันก็ยืดยาวมาเกือบ 2เดือน แม่เราก็เลยวีนกับอัยการสาวไป นางเลยให้ใบต่างดาวมา ซึ่งมีอายุเวลา 3 เดือน เเต่ในระหว่างนั้นเขาก็ยังขอมาอีกเรื่อยๆ โดยอ้างว่านี้จะเป็นการขอสุดท้าย จะว่าเราโง่ก็ได้ค่ะ แต่ด้วยความที่เราคิดว่ามันจะเสร็จ เราก็เลยยอมทุกอย่าง จนถึงวันที่ใบ 3 เดือนหมด แม่เราเริ่มตะหงิดใจว่ามันแปลกๆ เลยไปขอคำแนะนำจากตำรวจที่รู้จักกับพี่สาวเรา เขาให้เล่าทุกอย่างและส่งใบเอกสาร 3 เดือนให้ดู เขาบอกว่าใบนี้ไม่มีจริง เป็นเอกสารปลอม !! ตอนนั้นถึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็หมดไป 80,000 กว่าบาท เราได้เบอร์ติดต่อช่องข่าว เลยโทรเข้าไปสอบถามว่าควรทำอย่างไรต่อ ช่องจ่าวจึงแนะนำให้ไปแจ้งความโดยด่วน ตอนนี้เราก็แจ้งความเรียบร้อยแล้วค่ะ และสามีของอัยการก็เซ็นยินยอมที่จะคืนเงิน แต่ก็ยังมีการผลัดวันอยู่บ้าง เเละตัวอัยการ เธอให้ข้อมูลเท็จกับตำรวจ 3 ครั้ง คุณตำรวจขอเลขบัตรประชาชน เเต่เธอใช้ชื่อของคนอื่นมาอ้างแทน และเธอก็ไม่กล้าเข้ามาที่สน. ตำรวจสงสัยว่าเธอน่าจะทำแบบนี้มาหลายราย และที่ไม่มห้เลขบัตรจริงๆ ก็น่าจะเพราะกลัวมีคดี ตอนนี้สามีเราก็แค่รอเงินจากเขา และรอกลับประเทศ แบล็คลิสต์อาจจะ 1 ปี ซึ่งตรงนี้เราเองก็เสียใจมาก ไม่อยากให้เขากลับไป กลัวจะกลับเข้ามายาก กลัวจะไม่ได้เข้ามาอีก ตัวเราเองก็มีโรคประจำตัว เขาก็คอยดูแลเราจนเรากลับมาร่างกายแข็งแรง ใครพอมีความรู้เรื่องนี้ มาแชร์กันหน่อยนะคะ 🙏🏻🥹 #แชร์ปสกพีค #ติดเทรนด์ #Lemon8 #ประสบการณ์โดนโกง #มิจฉาชีพรูปแบบใหม่








































ทำหนังสือร้องเรียนถึงพฤติกรรมของอัยการคนนี้ไปที่อัยการสูงสุดเลยค่ะ ตร.กับอัยการ ก็พวกเดียวกันทั้งนั้น ช่วยกันปิดหูปิดตา