Write a program alone. What to do?❓
What's a one-man program to do? Let's go see.
👉 1. Get requirements from customers.
What kind of system do customers want? What features?
And have to ask in detail
👉 2. Work planning and scheduling
How long will it take for each step to deliver the work in time?
👉 3. Design the system, design the database, and design the UI.
I will restate the data, find examples of other people's programs to study the work.
As for database design, I will use the navicate program to handle it all.
The UI will also use figma in the design.
👉 4. Start development, choose the tool to use, and write the code.
Tools are up to us. Choose as appropriate for the job.
👉 5.deployment or the ascent of the church to test and actually use.
👉 6. Maintain and update the system. The main program from use may contain bugs or errors. We have to correct and redeploy.
Or maybe add some features that the customer wants.
It's over for my app development process.
Don't forget to click follow me so you don't miss good content like this.
# programmer # Programmer # Developer # Work experience # Narrative at work # Self development # Tool # Trending # Programming # Application
หลายคนค้นหาเรื่อง “การเขียนโปรแกรม” แล้วเจอคำตอบกว้างๆ แต่พอทำจริงโดยเฉพาะทำคนเดียว มันจะมีจุดยิบย่อยที่ทำให้หลุดไทม์ไลน์ง่าย ผมเลยขอเสริมเป็นเช็กลิสต์แบบใช้งานได้จริง เพื่อให้ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมชัดขึ้นและเอาไปปรับใช้กับงานแอพ/เว็บได้เลย 1) ทำความเข้าใจปัญหา + ขอบเขตงานให้ล็อกตั้งแต่แรก นอกจากถามฟีเจอร์แล้ว ผมจะถามเพิ่มเสมอว่า “ใครใช้?”, “ใช้ที่ไหน?”, “ข้อมูลมาจากไหน?”, “ต้องการรายงานอะไร?” เช่นถ้าเป็นแอพบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน/ลางาน จะต้องรู้ว่าใช้ GPS ไหม, มีสถานะรออนุมัติหรือไม่, เก็บประวัติการลงเวลาอย่างไร และมีบทบาทผู้ใช้ (พนักงาน/หัวหน้า/แอดมิน) แยกกันไหม 2) แปลง requirement เป็นรายการงาน (Task) ที่ทำได้จริง ผมชอบแตกเป็นโมดูล: เข้าสู่ระบบ, หน้าแรก, โปรไฟล์, ลงเวลาเข้า-ออก, ประวัติการลงเวลา, ลางาน, หน้าจออนุมัติ, รายงาน แล้วค่อยใส่รายละเอียด “เงื่อนไข/ข้อมูล/หน้าจอ” ของแต่ละโมดูล วิธีนี้ช่วยให้ประมาณเวลาง่าย และลูกค้าก็เห็นภาพชัดว่าอะไรอยู่ในสโคปอะไรอยู่นอกสโคป 3) วางแผนเวลา + กันเวลาสำหรับบั๊กและแก้ไข เวลาทำคนเดียว ผมจะกันเวลาไว้ 20–30% สำหรับบั๊ก/ปรับ requirement ระหว่างทาง และแบ่งงานเป็นรอบสั้นๆ (เช่น 1 สัปดาห์ต่อ 1 milestone) เพื่อเดโมให้ดูเร็ว ลดความเสี่ยงทำยาวแล้วไม่ตรงใจ 4) ออกแบบฐานข้อมูล/โครงสร้างระบบก่อนเขียนโค้ดจริง ถ้าเป็นระบบลงเวลา ผมมักเริ่มจากตารางหลักๆ เช่น users, attendance_logs (เวลาเข้า/ออก, พิกัดสถานที่), leave_requests (สถานะรออนุมัติ/อนุมัติ/ไม่อนุมัติ), departments/units (หน่วยงาน) แล้วใช้เครื่องมืออย่าง Navicat ช่วยดูความสัมพันธ์และทดสอบ query คร่าวๆ ก่อน 5) ออกแบบ UI ให้ครบ flow (ไม่ใช่แค่หน้าสวย) ใน Figma ผมจะทำเป็น flow ตั้งแต่เข้าแอพ → หน้าแรก → ลงเวลาเข้า → แจ้งผลสำเร็จ/ผิดพลาด → ดูประวัติ → ลางาน → รออนุมัติ จุดสำคัญคือออกแบบ “สถานะ” ให้ครบ เช่น เน็ตหลุด, GPS ไม่เปิด, กดซ้ำ, หรือยังไม่ถึงเวลาออกงาน 6) ก่อน deployment เตรียมเช็กลิสต์ทดสอบ ผมจะทำ test checklist แบบง่ายๆ เช่น สมัคร/ล็อกอินได้ไหม, กดลงเวลาเข้า-ออกแล้วบันทึกจริงไหม, เวลาในเครื่องผู้ใช้เพี้ยนแล้วระบบรับมือยังไง, หน้ารายการโหลดช้าหรือเปล่า, สิทธิ์หัวหน้าเห็นรายการลูกทีมถูกต้องไหม ทำจบแล้วค่อย deploy ไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อทดสอบใช้งานจริง 7) หลังปล่อยใช้งาน: เก็บ feedback + ทำรอบอัปเดต งานจริงจะมีบั๊กเล็กๆ โผล่เสมอ ผมแนะนำให้ทำระบบเก็บปัญหา (เช่นบันทึกข้อความ+รูปหน้าจอ+ขั้นตอนที่ทำ) แล้วกำหนดรอบ deploy ชัดเจน เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยให้การดูแลและอัปเดตระบบเป็นระบบมากขึ้น ไม่หลุดโฟกัส ถ้าคุณกำลังเริ่ม “การเขียนโปรแกรมคนเดียว” ให้ยึด 6 ขั้นตอนหลักเดิม แล้วเพิ่มเช็กลิสต์พวกนี้เข้าไป จะทำให้งานเดินไวขึ้น ลดงานแก้ซ้ำ และส่งมอบได้ตรงเวลาครับ






































































































































