แนะนำ 5 ตัวช่วยสำหรับสร้างเว็บไซต์ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

แนะนำ 5 ตัวช่วยสำหรับสร้างเว็บไซด์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องการเขียนโค้ดมาก่อน (2023)

สวัสดีครับเพื่อนๆวันนี่ผมจะมาแนะนำ5 platforms ที่ช่วยเราสร้างเว็บไซต์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนโค้ดมาก่อน หรือที่เรียกว่า(No-Code) นั่นเองครับ

"Wix" Wix เป็นหนึ่งใน no-code platform ที่ช่วย ให้เราสร้างเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดมาก่อนเลย Features หลักๆ

• มี templates,plug-ins เยอะมาก

• ใช้งานง่ายแค่ ลาก,วาง

• จัดการ SEO ได้ดี

• มีฟรี แพลน ให้ใช้

• ความปลอดภัยสูง

"Bubble"สามารถเลือกประเภทเว็บไซต์ที่ต้องการได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Saas,marketplaces, socialnetworksFeatures หลักๆ

• ใช้งานง่ายแค่ ลาก,วาง

• รูปแบบการใช้งานที่หยืดหยุ่น

• มี plug-ins มากกว่า 800+

• สำรองข้อมูลให้อัตโนมัติ

• ปลอดภัยในส่วนของ hosting และ deployment

"Webflow" มีองค์กรต่างๆที่เลือกใช้ มากกว่า 2 แสนราย Features หลักๆ

• ทำงานพร้อมกันเป็นทีมได้

• รองรับ SEO มาในตัว

• มีแพลนฟรีให้ใช้

• ดูแลง่าย ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม

• รองรับการเชื่อมต่อไปยังApps ต่างๆ

• มี Design Tools ที่ใช้ง่ายและทำได้หลากหลาย

"SquareSpace"เหมาะกับการทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์, ธุรกิจต่างๆและ เว็บไซต์ส่วนตัว Features หลักๆ

• รองรับการย้ายจากPlatforms อื่นๆมายังSquareSpace

• ดูแล 24/7

• มีระบบ analytics เพื่อดูข้อมูลต่างๆ

• สามารถสร้าง Logo ได้ฟรี

"WordPress"ถ้าพูดถึงเรื่อง Platforms ที่ใช้ทำเว็บไซต์ ที่คนใช้งานมากที่สุด คงหนีไม่พ้นWordPressFeatures หลักๆ

• ใช้งานง่าย แค่ ลาก,วาง

• มี Templates, Plug-insหลากหลาย

• มีความหยืดหยุ่นสูงมาก

• รองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ

• รองรับ Responsive Design

• Scale ได้ง่าย

ก็จบไปแล้วนะครับ สำหรับการแนะนำ 5 ตัวช่วยสำหรับสร้างเว็บไซด์ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้สามารถกด ไลค์กด ติดตาม เป็นกำลังใจให้กันได้นะครับไว้เจอกันใหม่ครับ

#programmer #โปรแกรมเมอร์ #developer #ประสบการณ์ทำงาน #wordpress #การพัฒนาตน #เครื่องมือ #ติดเทรนด์ #nocode #เว็บไซต์

2023/11/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชหา “ทำเว็บไซต์ไม่ต้องโค้ด” หรือสงสัยว่า “เว็บเขียนโค้ด/เว็บไซต์เขียนโค้ด” ต่างกันยังไง—ผมสรุปจากมุมคนเริ่มทำเว็บเองแบบเร็วๆ ให้เลือกทางถูกก่อนลงมือครับ 1) ก่อนเลือกแพลตฟอร์ม ให้ถามตัวเอง 3 ข้อ - เว็บนี้ทำเพื่ออะไร: เว็บแนะนำ/พอร์ต, เว็บธุรกิจ, เว็บขายของ, หรือเว็บที่มีระบบซับซ้อน (สมาชิก/จองคิว/มาร์เก็ตเพลส) - ต้องการปรับแต่งแค่ไหน: ถ้าขอ “สวยเร็ว” ใช้เทมเพลตก็พอ แต่ถ้าต้องการยืดหยุ่นมากอาจต้องแพลตฟอร์มที่ปรับได้ลึก - มีทีมไหม: ถ้าทำงานร่วมกันบ่อย เลือกตัวที่รองรับการทำงานเป็นทีมและจัดการสิทธิ์ได้ดี 2) No‑Code vs เขียนโค้ด (เลือกให้ตรงโจทย์) - No‑Code (ลาก‑วาง): เหมาะกับคนอยากได้เว็บเร็ว ไม่อยากเริ่มจากศูนย์ เช่น Wix / Webflow / Squarespace หรือ WordPress แบบใช้ธีมและปลั๊กอิน - เขียนโค้ด: เหมาะเมื่อเว็บต้องการฟังก์ชันเฉพาะมากๆ หรือสเกลระบบเองเต็มที่ แต่แลกกับเวลาและงบ ทริคของผม: เริ่มจาก No‑Code ให้เว็บขึ้นก่อน พอมีผู้ใช้/ยอดขายแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะ “ย้ายไปเขียนโค้ด” หรือไม่ 3) เลือก 5 แพลตฟอร์มให้เหมาะกับงาน (แนวทางใช้งานจริง) - Wix: เหมาะกับเว็บแนะนำ/เว็บธุรกิจที่อยากจบเร็ว มีเทมเพลตและปลั๊กอินเยอะ แถมจัดการ SEO ได้ค่อนข้างดี - Bubble: ถ้าต้องการทำเว็บแนวแอป/ระบบ (เช่น SaaS, marketplace) ที่มี logic ซับซ้อน แต่ยังอยากทำแบบไม่เขียนโค้ด - Webflow: เหมาะกับคนซีเรียสเรื่องดีไซน์และโครงสร้างเว็บ ดูโปร ทำงานเป็นทีมได้ และมีเครื่องมือรองรับ SEO ในตัว - Squarespace: เหมาะกับเว็บธุรกิจ/พอร์ต/ขายของที่อยากได้ความเรียบหรู ดูแลง่าย มีเครื่องมือวัดผลและซัพพอร์ตค่อนข้างครบ - WordPress: เหมาะกับสายยืดหยุ่น โดยเฉพาะเว็บบทความ/เว็บบริษัท/เว็บที่อยากขยายต่อ มีธีมและปลั๊กอินเยอะ รองรับ Responsive และสเกลได้ง่าย 4) เช็กลิสต์ SEO พื้นฐาน (ทำแล้วช่วยให้คนหาเจอ) - ตั้งชื่อหน้า (Title) ให้ตรงสิ่งที่คนค้น เช่น “เว็บแนะนำบริษัท…/ทำเว็บไซต์ไม่ต้องโค้ด…” - ใส่คำอธิบาย (Meta description) ให้ชัดว่าหน้านี้ช่วยอะไร - ทำโครงสร้างหัวข้อ H1/H2 ให้เป็นระเบียบ และใส่คีย์เวิร์ดแบบธรรมชาติ - บีบอัดรูปภาพ + ใส่ alt text (ช่วยทั้ง SEO และความเร็วเว็บ) - เชื่อมโดเมนของตัวเอง และทำหน้า Contact/About ให้ครบ เพิ่มความน่าเชื่อถือ 5) ถ้าเป้าหมายคือ “เว็บแนะนำ” (หน้าเดียวจบ) ผมแนะนำทำโครงแบบนี้: Hero (แนะนำสั้นๆ) → จุดเด่น 3 ข้อ → ผลงาน/บริการ → รีวิว/โลโก้ลูกค้า (ถ้ามี) → คำถามที่พบบ่อย → ปุ่มติดต่อชัดๆ จะช่วยให้เว็บดูมืออาชีพและปิดการขายง่ายขึ้น สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะเลือก Wix, Bubble, Webflow, Squarespace หรือ WordPress ให้โฟกัสที่ “ทำเว็บขึ้นให้เสร็จก่อน” แล้วค่อยปรับต่อจากข้อมูลจริงครับ เพราะเว็บที่ออนไลน์แล้วจะให้คำตอบเราได้เร็วที่สุดว่าอะไรเวิร์ก

ค้นหา ·
สร้างเว็บไซต์เอง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Listenman
Listenman

จากประสบการณ์ ตัวไหนแหล่มสุดครับผม?