ผู้ติดตาม 40.4K คน
คุณอาจชอบ
10 ภาษาเขียนโปรแกรมมิ่ง ยอดนิยมปี 2025
10 ภาษาเขียนโปรแกรม ยอดนิยมปี 2025
ภาษาโปรแกรมมิ่งยอดนิยม 2025
Tier List ฐานข้อมูลยอดนิยมปี 2025!
... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเจอรูป “programming language tier list” แล้วสงสัยว่า S-tier / tier S / S++ มันหมายถึงอะไร ผมขอสรุปแบบคนใช้งานจริงให้ครับ: tier list คือการจัดอันดับ “ความน่าใช้ ณ ตอนนี้” โดยมักดูจากความนิยม ตลาดงาน ecosystem เครื่องมือ และความคล่องตัวในการเอาไปทำโปรเจกต์จริง (ไม่ใช่การตัดสินว่าภาษาไหนดีที่สุดตลอดกาล) ความหมายคร่าวๆ ของแต่ละ Tier ที่ผมใช้ตีความ - S / S-tier: หยิบไปใช้ทำงานได้กว้างมาก เรียนแล้วต่อยอดง่าย มีคอมมูนิตี้/ไลบรารีแน่น และตลาดงานรองรับ - A: ดีมาก ใช้งานจริงเยอะ องค์กรใหญ่ใช้ แต่บางงานอาจไม่คล่องเท่า S - B: “พอได้” เหมาะกับงานเฉพาะทาง/ทีมที่มีประสบการณ์แล้ว หรือโปรเจกต์เดิมๆ ที่ต้องดูแลต่อ - C: ยังทำงานได้ แต่ความนิยม/เครื่องมือ/ตลาดอาจไม่แรงเท่าเดิม - D: เจอในงาน legacy หรือกลุ่มเฉพาะมากๆ (ไม่ได้แปลว่าแย่ แต่อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของคนส่วนใหญ่) ทำไมหลายลิสต์ถึงให้ Python / TypeScript / Rust อยู่ S-tier - Python: เด่นเรื่อง data/AI/automation และเขียนเร็ว เหมาะมากถ้าคุณอยากทำโปรเจกต์ไวๆ หรือสาย AI/วิเคราะห์ข้อมูล - TypeScript (TS): ถ้าจะทำเว็บจริงจัง ทั้ง Frontend/Backend (เช่น Node.js) TS ช่วยลดบั๊กจาก type และทีมทำงานร่วมกันง่ายขึ้น - Rust: สาย performance และความปลอดภัยของหน่วยความจำมาแรง เหมาะกับงานระบบ, backend ที่ต้องเร็ว, tooling แต่กราฟการเรียนชันกว่า แล้ว Java อยู่ Tier A ได้ยังไง Java ยังเป็นภาษาหลักในองค์กรใหญ่ ระบบ backend ขนาดใหญ่ และงาน enterprise เยอะมาก เครื่องมือและเฟรมเวิร์กนิ่ง มีตำแหน่งงานต่อเนื่อง ข้อแลกเปลี่ยนคือความ “คล่องตัว/ความสนุก” อาจไม่เท่า S-tier ในสายที่อยากทำของไวๆ Kotlin / PHP / Ruby / Perl / Pascal ควรเลือกตอนไหน - Kotlin: ถ้าสาย Android หรือทีมที่ใช้ JVM อยู่แล้ว Kotlin เป็นตัวเลือกที่ดีมาก - PHP: เว็บจำนวนมากยังรันบน PHP (เช่น CMS) เหมาะกับงานดูแลระบบเดิม/ทำเว็บที่ต้องขึ้นไวและงบจำกัด - Ruby: ยังดีสำหรับบางทีมที่มี Rails ecosystem แต่ภาพรวมความนิยมลดลง - Perl / Pascal: ถ้าเจอเพราะต้องดูแลระบบเก่า หรือทำงานเฉพาะทาง ถือว่า “มีแต่เทพที่ใช้” ตามมีมได้เลย ทริคเลือกภาษาตามเป้าหมาย (กันหลงทางจากรูป tier list) 1) อยากได้งานเร็ว: เลือกภาษาที่ตลาดในพื้นที่คุณต้องการ + ทำโปรเจกต์โชว์ (มักเป็น Python/JS/TS/Java) 2) อยากทำเว็บ: TypeScript เป็นตัวเลือกที่คุ้มทั้งระยะสั้นและยาว 3) อยากสายระบบ/ประสิทธิภาพ: ลอง Rust แต่ให้เผื่อเวลาฝึกเพิ่ม 4) ถ้ามีโปรเจกต์/บริษัทกำหนดแล้ว: เลือกภาษาตามสแต็กทีม สำคัญกว่าตำแหน่งใน tier list สรุปของผม: ให้ใช้ tier list เป็น “แผนที่” ไม่ใช่ “คำตัดสิน” เลือกภาษาให้ตรงงานที่อยากทำ แล้วทำโปรเจกต์ 2–3 ชิ้นให้จบ จะเห็นผลมากกว่าการไล่ตาม S++ ในรูปครับ
C++ python html ✨
Rust สำหรับผมคือ The best ครับ 👍
ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม
ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม