โตเป็นผู้ใหญ่จนจะเฒ่าแล้วนะ #คุณเนม
เมื่อเวลาผ่านไป บางครั้งเราก็มานั่งคิดทบทวนตัวเองและถามใจว่า "นี่เราอายุมากขนาดนี้แล้วจริงหรือ?" ความรู้สึกนี้ผมนี่สัมผัสได้อย่างชัดเจนในหลายๆ ช่วงของชีวิต ความรู้สึกเหมือนพึ่งผ่านวัยรุ่นมาไม่นาน แต่จริงๆ แล้วเรากลับเติบโตและเปลี่ยนไปมากจนบางครั้งดูเหมือนแก่ลง เรื่องของความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อโตขึ้น เราต้องเผชิญทั้งความรับผิดชอบที่มากขึ้น ความคาดหวังจากตัวเองและคนรอบข้าง รวมถึงการตั้งคำถามกับชีวิตเหมือนที่ผู้เขียนกล่าวว่า "ยังไม่มีอะไรสักอย่าง" ซึ่งบางคนอาจตีความได้ว่า ยังหาจุดหมายหรือความสำเร็จไม่เจอ บางคนอาจรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำอะไรสำคัญเท่าที่หวังไว้ สิ่งสำคัญคือการยอมรับความรู้สึกเหล่านี้และยอมให้ตัวเองมีเวลาคิดและเติบโตไปตามจังหวะของตัวเอง การเผชิญกับความรู้สึกโตเป็นผู้ใหญ่จนใกล้จะเฒ่าไม่ได้หมายความว่าเราต้องสิ้นหวัง แต่เป็นการเตือนใจให้เรากลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น หมั่นเติมเต็มความสุขและค้นหาความหมายในชีวิตในแบบที่เราต้องการ ผมแนะนำให้ลองหาเวลาสำหรับตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือลองทบทวนความฝันที่อาจเคยวางไว้ตั้งแต่ก่อนหน้า อาจถึงเวลาที่จะปรับเปลี่ยนเป้าหมายหรือลงมือทำสิ่งที่ชอบจริงๆ อย่างไม่ต้องกังวลถึงอายุ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกว่ายังมีคุณค่าและความหมายในช่วงเวลานี้ของชีวิตได้อย่างแท้จริง





















