กรีกโยเกิร์ตผลไม้ บ่ม 4ชม.ได้เนื้อแบบนี้😍
วัตถุดิบ
1. นม 2 ลิตร
2. โยเกิร์ตเมจิ
3. ผลไม้แช่แข็งที่ชอบ โพสนี้เลือกเป็นมัลเบอร์รี่ (ตอนนี้ลดราคาอยู่ค่ะ 🤣)
4. น้ำตาล (สำหรับกวนซอสผลไม้)
วิธีทำซอสผลไม้
1. ผสมมัลเบอร์รี่แช่แข็ง 300กรัม กับน้ำตาลทราย 80กรัม ไม่ได้เติมน้ำเพิ่มค่ะ เพราะเดี๋ยวน้ำแข็งละลายน้ำจะเยอะมาก
2. ตั้งไฟกลาง คนจนน้ำตาลละลาย มัลเบอร์รี่นิ่ม คนตลอดนะคะเดี๋ยวจะไห ม้
3. นำวัตถุดิบที่กวนไปปั่นได้เลยถ้าชอบละเอียดแบบในโพส ถ้าใครชอบเนื้อสัมผัสผลไม้ใช้แค่ทัพพีบี้ๆในหม้อพอค่ะ (ทิ้งให้เย็นก่อนใช้ผสมโยเกิร์ตนะคะ)
** ผลไม้ชนิดอื่นทำวิธีคล้ายกัน สามารถปรับลดน้ำตาลตามชอบค่ะ
วิธีทำกรีกโยเกิร์ต
1. ทิ้งนมกับโยเกิร์ตให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนนำมาใช้
2. ผสมนมกับโยเกิร์ตให้เข้ากันดี ค่อยๆแบ่งผสมนะคะ
3. เทใส่กล่องปิดฝา จากนั้นต้มน้ำอุ่นๆ เทใส่กะละมังแล้วเอากล่องที่บ่มโยเกิร์ตของเราไปแช่ในน้ำอุ่น พร้อมคลุมผ้าแล้วเก็บให้พ้นแสงค่ะ **ถ้าทำตอนเที่ยงๆบ่ายๆอากาศร้อนๆจะยิ่งเซ็ทตัวไวขึ้นค่ะ
4. บ่มครบ 4 ชม. นำซอสผลไม้ที่เรากวนไว้มาเทลงในกรีกที่เราบ่ม แล้วคนให้เข้ากัน (นำผ้าขาวบางและอุปกรณ์ที่ใช้กรองทั้งหมดลวกน้ำร้อนก่อนใช้นะคะ) ซ้อนผ้าขาวบาง 2ชั้น เทกรีกลงไปกรอง แบบไม่ทั บ 10ชม.เก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ
5. กรองแบบทับของหนักต่ออีก ในโพสทับประมาณ 8ชม.ค่ะ กรองนานกว่ากรีกรสธรรมชาติหน่อย เพราะมีน้ำจากซอสผลไม้เยอะค่ะ ถ้าชอบแน่นมากๆเหมือนกรีกรสธรรมชาติอาจจะต้องทับ 10ชม.+เลยค่ะ
ผลสรุป
รสชาติเปรี้ยวน้อย ถึงไม่เปรี้ยวเลยค่ะ เพราะใช้เวลาบ่มน้อย และมีความหวานจากผลไม้ช่วยค่ะ หรือบางทีอาจจะได้ความเปรี้ยวจากผลไม้ด้วย 😆
สามารถทำวิธีเดียวกันได้หลายรสนะคะ ทั้ง ผลไม้แช่แข็งแบบในโพส หรือกรีกชาไทย ชาเขียว โกโก้ โดยการชงเบสชาไว้ผสมหลังบ่มเสร็จก็ได้ค่ะ
แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ตอบโจทย์คนตู้เย็นเล็กเลยค่ะ 🤣
ถ้ากวนเป็นซอสใส่ขวดไว้กินคู่กันน่าจะเซฟพื้นที่ตู้เย็นได้มากกว่า
ในโพสได้เนื้อกรีกประมาณ 900กรัม✨
มีกรีกไว้ทานเองได้ยาวๆทั้งอาทิตย์เลยค่ะ🥄
การทำกรีกโยเกิร์ตผลไม้ที่บ้านเป็นวิธีที่ดีในการควบคุมส่วนผสมและเลือกใช้ผลไม้โปรดตามชอบ อย่างในสูตรที่ใช้มัลเบอร์รี่แช่แข็งซึ่งให้รสชาติเปรี้ยวหวานเป็นธรรมชาติ เมื่อต้องการทำกรีกโยเกิร์ตให้ได้เนื้อเนียนนุ่มและรสกลมกล่อม ควรใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบเริ่มต้นโดยการใช้โยเกิร์ตที่มีเชื้อแบคทีเรียสดและนมสดคุณภาพดี ช่วยให้การบ่มเกิดกระบวนการหมักแลคโตบาซิลลัสที่เหมาะสม ใช้เวลาบ่มประมาณ 4 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้องอุ่น จากนั้นนำไปกรองด้วยผ้าขาวบางสองชั้นเพื่อแยกน้ำส่วนเกิน ที่สำคัญควรลวกผ้าขาวบางด้วยน้ำร้อนก่อนครั้งแรกเพื่อความสะอาดและป้องกันการปนเปื้อนแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ ซอสผลไม้ในสูตรนี้ปรุงจากมัลเบอร์รี่แช่แข็งและน้ำตาลทรายโดยไม่เติมน้ำเพิ่ม เนื่องจากน้ำแข็งละลายจะเพิ่มน้ำในซอสได้ ช่วยให้ได้ซอสที่ข้นพอดี ไม่เจือจาง การกวนซอสต้องคนต่อเนื่องเพื่อป้องกันการไหม้ และจะได้ซอสที่เนื้อเนียน เมื่อนำมาผสมกับกรีกโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มรสชาติและความหวานธรรมชาติที่ละมุนกว่าสูตรปกติ อีกทั้งผู้ที่ชอบเนื้อซอสจะใช้วิธีบี้ผลไม้แทนการปั่นให้ละเอียดตามความชอบ สูตรนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนซอสผลไม้เป็นรสชาติอื่นๆ เช่น กีวี่ สตรอเบอร์รี่ หรือแม้กระทั่งใช้ชาไทย ชาเขียว และโกโก้เป็นเบสหลังจากบ่มโยเกิร์ตเสร็จ เพื่อหลากหลายรสชาติและตอบโจทย์ความชอบส่วนบุคคลได้ดี นอกจากนี้ การเก็บรักษาในตู้เย็นควรจัดเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอ เพราะต้องใช้เวลากรองหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้เนื้อแน่น ยิ่งกรองนานเนื้อยิ่งเหนียวนุ่ม เหมาะสำหรับทานตลอดสัปดาห์ สำหรับคนที่มีตู้เย็นขนาดเล็ก การแยกเก็บซอสในขวดแยกต่างหากจะช่วยประหยัดพื้นที่และง่ายต่อการใช้เวลาทาน จะทำให้สะดวกและได้ประโยชน์สูงสุดจากโยเกิร์ตโฮมเมดแท้ๆ และยังได้สุขภาพดีจากการใช้วัตถุดิบสดใหม่ควบคุมได้เอง

































แวะมาคำนวณต้นทุนวัตถุดิบให้เช่นเคย 1. นมจืดพาสเจอไรซ์ 2ลิตร 95บ. 2. โยเกิร์ตเมจิ 1กระปุก 15บ. 3. มัลเบอร์รี่แช่แข็ง 1กก. 73บ. ใช้ ≈ 300กรัม ≈ 22บ. 4. น้ำตาลทราย 1กก. 25บ. ใช้ ≈80กรัม ≈ 2บ. รวม 134 บาท ได้เนื้อกรีก 800-900กรัม ต้นทุนต่อกรัม ≈ 0.15-0.17 บาท ถ้าขาย 1 สกู๊ป 60กรัม ต้นทุนสกู๊ปนึง ≈ 10บ. นิดๆค่ะ ไ ม่รวมต้นทุนแฝง(ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าวัตถุดิบที่สูญเสีย) ค่าแพคเกจ และค่าแรงเรานะคะ กรีกโยเกิร์ตเป็นอย่างนึงที่ใช้เวลาทำนานมาก คำนวณต้นทุนให้ดี เพื่อป้องกันการขาดทุนน้า👍