2 วัดเชียงราย ศิลปะพุทธศิลป์ร่วมสมัย​

- วัดร่องขุ่น เดิมทีเป็นเพียงวัดเก่าทรุดโทรม จนในปี 2540 ได้รับการบูรณะ โดยอาจารย์​เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ออกแบบใหม่ ใช้เวลาในการสร้างแล้วเสร็จถึง 13 ปี และมีการบูรณะ​เพิ่มเติมมาเรื่อยๆ มีลักษณะเด่นพระอุโบสถสีขาวบริสุทธิ์​เป็นเอกลัษณ์​ จนได้ชื่อว่า “White Temple”

- วัดร่องเสือเต้น เดิมทีเป็นวัดร้าง ก่อสร้างมาได้กว่า 80 -100 ปี ได้รับการบูรณะ โดยศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย พุทธา กาบแก้ว ลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย ที่ได้มีโอกาสร่วมสร้างวัดร่องขุ่น จนเรียกได้ว่าเป็นศิษย์ก้นกุฏิเลยก็ว่าได้ ได้เริ่มก่อสร้างในปี 2548 ใช้เวลาในการสร้างร่วม 11 ปี จุดเด่นคือใช้เป็นโทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับวิหาร เปรียบเสมือนท้องฟ้าที่สดใส เป็นศิลปะแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่โดดเด่น​

#ท่องเที่ยว #การเดินทาง #เที่ยวกับlemon8 #ที่เที่ยวแนะนำ #เชียงรายไปไหนดี #เที่ยวเชียงราย

อำเภอเมืองเชียงราย
2023/7/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชคำว่า “ทิพยานสู่พุทธภูมิ” แล้วอยากได้ฟีลเดินชมศิลปะที่เล่าเรื่องธรรมะผ่านภาพและสถาปัตยกรรม เราว่าคู่ “วัดร่องขุ่น + วัดร่องเสือเต้น” ในเชียงรายตอบโจทย์มาก เพราะทั้งสองที่พาเราไล่อารมณ์จาก “โลก-กิเลส-การตื่นรู้” ไปสู่ความสงบแบบค่อยเป็นค่อยไป ทริปของเราชอบเริ่มที่วัดร่องขุ่นก่อน (White Temple) เพราะโทนขาวบริสุทธิ์ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่พื้นที่ที่ตั้งใจชวนให้วางความฟุ้งซ่าน จุดที่ห้ามพลาดคือสะพานทางเข้าที่หลายคนยืนถ่ายรูปกันยาว ๆ และโซนประติมากรรม “มือที่ยื่นออกมาจากนรก” ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์มาก มองเผิน ๆ อาจดูแรง แต่พอดูดี ๆ มันเหมือนเตือนเรื่องความยึดติด ความอยาก และการดิ้นรนของจิตใจ—เข้ากับคีย์เวิร์ดทิพยานฯ ที่เหมือนชวนเรามองลึกกว่าความสวยงามภายนอก อีกมุมที่เราชอบคือภาพอุโบสถสีขาวสะท้อนผืนน้ำ ถ้าวันไหนฟ้าเปิด แดดลงพอดี จะยิ่งเห็นรายละเอียดลวดลายวิจิตรชัดมาก เดินไปอีกหน่อยจะมีองค์ประกอบสีเงิน/โลหะให้ถ่ายรูปสวย ๆ ด้วย (เราแนะนำถ่ายแบบเผื่อพื้นที่ท้องฟ้า จะได้อารมณ์ “ขาว-ใส-โปร่ง”) จากนั้นค่อยขยับไปวัดร่องเสือเต้น (Blue Temple) ที่เปลี่ยนโหมดแบบชัดเจน: โทนน้ำเงินตัดทองทั้งวิหารและลวดลาย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องฟ้าสดใสตามคอนเซ็ปต์ จุดที่ตะลึงจริง ๆ คือภายในวิหาร—เพดานและผนังลายแน่นแต่ไม่อึดอัด และมีพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่เป็นจุดรวมสายตา เราชอบยืนเงยดูเพดานสักพัก มันให้ความรู้สึก “ถูกยกระดับสายตาและใจ” แบบเงียบ ๆ ทิปเล็ก ๆ จากประสบการณ์เรา: ถ้าอยากได้รูปสวยและเดินสบาย ให้ไปเช้าหน่อย แสงจะนุ่ม คนไม่แน่น และถ่ายสี “ขาว” กับ “น้ำเงิน-ทอง” ออกมาชัดกว่า นอกจากนี้แต่งกายสุภาพไว้ก่อน (ทั้งสองวัดค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวเยอะ) แล้วเผื่อเวลาให้ตัวเองได้ “ดู” ไม่ใช่แค่ “ถ่าย” เพราะพอเราค่อย ๆ สังเกตสัญลักษณ์ รายละเอียดพญานาค งานปั้น และบรรยากาศเงียบในวิหาร จะยิ่งเข้าใจอารมณ์ทริปแนวทิพยานสู่พุทธภูมิได้มากขึ้น สรุปสำหรับเรา: วัดร่องขุ่นเหมือนบทนำที่เตือนเรื่องกิเลสและการก้าวข้าม ส่วนวัดร่องเสือเต้นเหมือนบทต่อที่พาใจไปสู่ความสว่าง สงบ และศรัทธา ใครมาเชียงรายแล้วอยากได้ทั้งรูปสวยและความหมายดี ๆ แนะนำเก็บคู่นี้ให้ครบเลย