Book 📓: storytelling แบบคูลๆ {เรื่องสั้น} !อ่านเพลินจัดๆ

หนังสือเล่มเล็ก ๆ เบาๆใจ

ที่หน้าปกดึงดูดเรามากกกกกกก 🥺

ด้วยความที่ปกติ ไม่ค่อยอ่านเรื่องเล่านวนิยายแล้ว

แต่อันนี้ ก็คือแก้เบื่อได้ดีมากกกกฟ 📓〰️

เป็นเรื่องแต่งสั้นๆ มารวมกันในเล่มเดียวจบ

แต่เอาจริงนะ ดี ! ไม่ได้คาดหวังมาก

กะมาแก้เหงาๆ ก็หยิบอ่าน

แต่ผลคือ เพลินจัด ! แบบอยากอ่านให้จบภายในวันเดียวเลย

อยากรุ้อยากเห็นต่อมากๆ 555 จะเล่าไปไงต่อหนอ

อ่านเรื่องหนึ่งแล้วอยากไปต่ออีกเรื่องหนึ่ง

แปลกๆ ดี นะ

ส่วนตัวไม่ค่อยอ่านเรื่องแต่ง

แต่ก็ถือว่าเล่มนี้ ทำให้กลับมา อินเลิฟ ได้บ้าง #หนังสือโปรด ประจำเดือนไปเยย

📚 : กดซื้อออนไลน์ เล่มนี้ตามหาตามร้านน่าจะไม่ค่อยเจอละ

〰️

#หนัง #หนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #หนังสือคำคม #หนังสือแนะนำ #หนังสือดี #หนังสือดีบอกต่อ #หนังสือดีบอกต่อ #อ่านหนังสือ #อ่านเพลินๆ #book #booknerd

นายอินทร์ สาขา MAYA เชียงใหม่
2022/5/2 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเสิร์ชคำว่า “หนังสือ storytelling” แล้วลังเลว่าเล่มนี้จะเหมาะกับใคร ขอเล่าจากประสบการณ์คนที่ปกติไม่ค่อยอ่านเรื่องแต่งเหมือนกันนะคะ—เล่มนี้เป็นแนวรวมเรื่องเล่าสั้นๆ (ในเล่มบอกว่ามีประมาณ 15 เรื่อง) ที่อ่านแยกเป็นตอนๆ ได้ แต่ฟีลมันจะพาให้เรา “อยากไปต่อ” แบบไม่ต้องใช้พลังเยอะ เหมาะมากกับวันที่สมองล้าๆ แต่อยากอ่านอะไรเพลินๆ ก่อนนอนหรือระหว่างเดินทาง สิ่งที่ทำให้เล่มนี้ติดมือคือ “จังหวะการเล่า” มันค่อนข้างคูลและร่วมสมัย อ่านแล้วนึกภาพตามง่าย บางหน้ามีประโยคภาษาอังกฤษแทรกแบบคำคม/ท่อนเพลง (เช่น “i don't want a new chapter, i like the old one.” หรือ “It’s affection, always” รวมถึง “Take Care”) ซึ่งส่วนตัวชอบมาก เพราะมันให้มู้ดเหมือนเราเก็บประโยคสวยๆ ไว้กลับมาอ่านซ้ำได้ เวลาเจอหน้าที่โดนใจก็จะเผลอหยิบปากกามาขีดเส้นใต้หรือไฮไลต์เหมือนในรูปเลย ถ้าถามว่าเล่มนี้เหมาะกับใคร: - คนที่อยากเริ่มอ่าน “เรื่องสั้น” แบบไม่กดดัน อ่านจบเป็นตอนๆ ได้ - คนที่ชอบหนังสือโทนคำคม/ประโยคโดนๆ เก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจ - คนที่อ่านนิยายยาวๆ ไม่ไหว แต่อยากได้ฟีล storytelling ที่มีเรื่องเล่าให้ตาม - คนที่ชอบปกสวยๆ แนวมินิมอลคูลๆ วางบนโต๊ะแล้วดูดี (ปกเขียวอมน้ำเงินกับตัวอักษรชมพูสะดุดตามาก) ทริคเล็กๆ ให้สนุกขึ้นเวลาอ่าน: ลองอ่านวันละ 1–2 เรื่อง แล้วจด “ประโยคที่ชอบที่สุด” ท้ายบท หรือให้คะแนนแต่ละเรื่องสั้นๆ ว่าอารมณ์เป็นยังไง (อบอุ่น เศร้า เหงา ตลก) มันจะทำให้เราอินกับ storytelling มากขึ้น และย้อนกลับมาอ่านซ้ำได้แบบมีร่องรอยความรู้สึกของตัวเอง อีกอย่างที่อยากบอกคือ เล่มนี้เป็นแนว “อ่านเพลิน แก้เบื่อ” จริงๆ ไม่ต้องคาดหวังพล็อตใหญ่อลังการ แต่ความสนุกคือความอยากรู้ว่าเรื่องต่อไปจะเล่าไปทางไหน เหมือนเปิดกล่องสุ่มความรู้สึกทีละตอน ใครกำลังหา “หนังสือ storytelling” ที่อ่านง่ายแต่มีประโยคสวยๆ ให้เก็บ เล่มนี้ถือว่าน่าลองค่ะ

ค้นหา ·
เรื่องเล่า สั้นๆ สนุกๆ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Idearmchità
Idearmchità

ชื่อหนังสืออะไรหรอคะ

ดูเพิ่มเติม(1)