No control / calm / enough / Tao Tao Jing philosophy ✨
We have never read Thai.# Good books tell
This is the English version.
Let's say
Normally don't come in this style
That day, the body bites the throat. It hurts to not know.
Gouge the money to buy the mother. ❤️🩹
Turns out it's been seven months!
Well, honestly, it's very difficult to read.
It's translated, and we're not as good as gods.
I mean, it must be hard to interpret. For us, some faces
But I feel like it smells great.
The smell of reading is light. 💖
The smell of peace, 🤍
Therefore, I have to try to find Thai
And come back and read it again, if it's fun.
(Normally I don't like to read it again, but this book I want to understand)
Actually, the reason it took so long is because
For one, we put this on the car.
Time to wait for someone or before you walk into work.
We will read 1-2 pages.
Which tastes good, mellow, suitable to chew slowly.
But the difficulty of reading is high.
Even with, uh, how?
But not disappointed. Delicious. Yum Yum.
📍 your favorite store coordinates: AIG. We trade in the review category.# Books
# BookReview # booklover # Read books # Read the book # Psychology book # Self-improvement book # English training book # Favorite book
ถ้าใครเสิร์ช “ปรัชญาเต๋า” แล้วกำลังสงสัยว่าเริ่มยังไงดี เราว่าการอ่าน Tao Te Ching (เต้าเต๋าจิง) ให้ได้รสชาติจริงๆ คืออย่าพยายามอ่านให้ “เข้าใจหมด” ตั้งแต่รอบแรก เพราะเสน่ห์ของเต๋ามันอยู่ที่การปล่อยให้ความหมายค่อยๆ ซึมเข้ามาเองมากกว่า สิ่งที่เราชอบจากเล่มนี้ (โดยเฉพาะเวอร์ชันอังกฤษ) คือคีย์เวิร์ดประมาณ “don’t force anything” หรือการไม่ฝืน ไม่บังคับชีวิตให้เข้าล็อกตลอดเวลา พอเอามาลองใช้ในชีวิตจริงมันแปลเป็นภาษาง่ายๆ ได้แบบนี้เลย: 1) เวลารู้สึกเร่ง รีบ หรืออยากคุมทุกอย่างให้เป๊ะ เราเคยเป็นคนที่พออะไรไม่ตามแผนจะยิ่งเกร็ง แล้วก็พยายามดันให้มัน “เข้าที่” สุดๆ แต่แนวคิดแบบเต๋าทำให้เราถอยหลังนิดนึง ถามตัวเองว่า “ตอนนี้เรากำลัง FORCE INTO LINE อยู่รึเปล่า” แค่เห็นแพตเทิร์นนี้ก็ช่วยให้ใจเบาลง แล้วตัดสินใจด้วยอารมณ์นิ่งขึ้น 2) อ่านแบบเคี้ยวช้าๆ จะได้ “กลิ่น” ของหนังสือ เราแนะนำให้อ่านวันละ 1–2 หน้าเหมือนเราเลย โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน หรือช่วงรอใครในรถ มันเหมาะกับการอ่านแบบค่อยๆ เคี้ยว เพราะแต่ละบทเหมือนตั้งคำถามมากกว่าบอกคำตอบ บางหน้าจะมีความหมายเรื่องการยึดติด/การปล่อยวาง โผล่มาแบบเงียบๆ แล้วเราจะนึกถึงมันตอนเจอสถานการณ์จริง 3) ถ้าอ่านอังกฤษแล้วงง ให้ใช้ “การตีความ 2 ชั้น” แบบไม่กดดัน ชั้นแรก: แปลแบบหยาบๆ เอาพอจับใจความ ไม่ต้องสวย ชั้นสอง: เขียนสรุป 1 ประโยคว่า “บทนี้กำลังเตือนอะไรเรา” เช่น เตือนเรื่องความอยาก (desires) เตือนเรื่องการยึดชัยชนะ (win it lose it) หรือเตือนให้ “ยืนบนพื้นดินที่มั่นคง” (rooted & deep solid ground) 4) ไอเดียจดโน้ตให้กลับมาอ่านซ้ำได้สนุกขึ้น ลองจด 3 บรรทัดต่อบท: (ก) คำที่โดนใจ (ข) เหตุการณ์ในชีวิตที่เชื่อมโยง (ค) วิธีทำพรุ่งนี้ เช่น “วันนี้จะไม่รีบตอบแชตตอนหัวร้อน” หรือ “จะไม่ดันงานให้จบทั้งที่สมองล้า” สุดท้าย ถ้าคุณอยากเริ่มศึกษาปรัชญาเต๋าจากเต้าเต๋าจิง เราว่าท่าทีที่เหมาะที่สุดคือ “สงบ พอ ไม่ควบคุมเกินไป” อ่านแล้วให้มันทิ้งกลิ่นไว้ในใจ พอถึงวันหนึ่งคุณจะเริ่มเห็นว่า หลายคำตอบมันไม่ได้เกิดจากการคิดหนัก แต่มาจากการวางลงนิดเดียวเอง









