น้ำยาล้างผักผลไม้สุขการ์เด้น
#น้ำยาล้างผักและผลไม้ #ล้างผักและผลไม้ #Sukgarden #ป้ายยากับlemon8
สุขการ์เด้นน้ำยาล้างผักผลไม้ ฟู๊ดเกรดทำจากเอนไซม์ของผักและผลไม้ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค
ผ่าน มาตรฐาน องค์การอาหารและยา และมาตรฐานระดับสากล ส่งออกไปแล้ว 30 ปร ะเทศทั่วโลก
ขวดใหญ่ ขนาด 1280 มล.
โปรแพ็คคู่คุ้มกว่า
ถ้าใครกำลังหา “น้ำยาล้างผักผลไม้” ที่ใช้แล้วสบายใจขึ้น เราเองก็เป็นคนนึงที่ล้างด้วยน้ำเปล่าตลอด แต่พอเริ่มทำอาหารเองบ่อยๆ โดยเฉพาะผักสลัด องุ่น สตรอว์เบอร์รี่ หรือของที่กินสด เลยอยากเพิ่มขั้นตอนให้สะอาดกว่าเดิม เลยลอง Sukgarden เพราะเป็นแนว Food grade และทำจากเอนไซม์ธรรมชาติของผักผลไม้ สิ่งที่เราสังเกตจากการใช้งานจริงคือ หลังแช่/ล้างแล้วผักผลไม้ดู “สดสะอาด” ขึ้น กลิ่นดิน/กลิ่นฉุนบางอย่างลดลง และเวลาล้างน้ำตามรู้สึกว่าฟีลลื่นๆ หรือคราบมันบนผิวผลไม้บางชนิดน้อยลง (เช่น แอปเปิล องุ่น) ซึ่งปกติล้างน้ำเปล่าอย่างเดียวบางครั้งยังรู้สึกไม่มั่นใจ วิธีใช้ที่เราทำประจำ (ปรับตามชนิดผักผลไม้) 1) ล้างน้ำไหลรอบแรกก่อน เพื่อลดฝุ่น/เศษดิน 2) ผสมน้ำยาล้างผักผลไม้ในกะละมังน้ำสะอาด แล้วแช่ผักผลไม้ไว้สักพัก (เราเน้นพวกกินสดจะพิถีพิถันกว่า) 3) ใช้มือคลึงเบาๆ โดยเฉพาะซอกใบผัก ดอกกะหล่ำ บรอกโคลี หรือผลไม้ผิวขรุขระ 4) ล้างน้ำไหลซ้ำหลายๆ รอบจนมั่นใจว่าไม่เหลือฟอง/กลิ่น 5) สะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนเข้าตู้เย็น จะช่วยให้เก็บได้นานขึ้น ทริคเล็กๆ ที่ช่วยมาก - ผักใบ: หลังล้างเสร็จซับให้แห้งหรือใช้กล่อง/ถุงที่ช่วยคุมความชื้น ผักจะเหี่ยวยาก - องุ่น/เบอร์รี่: อย่าแช่นานเกินไป และล้างเบามือเพื่อไม่ให้ช้ำ - บรอกโคลี/ดอกกะหล่ำ: แช่แล้วเขย่าเบาๆ จะช่วยให้สิ่งสกปรกที่ซ่อนอยู่หลุดออกง่าย หลายคนถามว่า “จำเป็นไหม?” สำหรับเรา ถ้าซื้อผักผลไม้จากแหล่งที่ไม่แน่ใจ หรือเป็นเมนูกินสดบ่อยๆ การมีน้ำยาล้างผักผลไม้ติดบ้านช่วยเพิ่มความสบายใจ และทำให้ขั้นตอนล้างเป็นระบบขึ้น ขวดใหญ่ 1280 มล. ก็ใช้ได้นาน โดยเฉพาะบ้านที่ทำอาหารทุกวัน หรือซื้อแบบแพ็คคู่จะคุ้มกว่า สุดท้ายแนะนำให้ดูฉลากและวิธีใช้ของแบรนด์ที่เลือกด้วยนะคะ และไม่ว่าจะใช้น้ำยาแบบไหน “ล้างน้ำสะอาดซ้ำหลายรอบ” ยังเป็นขั้นตอนที่เราไม่ข้ามเลย เพราะเป็นตัวจบที่ทำให้มั่นใจที่สุด







































