สืบสวนฆาตกรที่เป็นโรคสมองเสื่อม
เล่มนี้สนุกมากกก ซึ่งความจริงแล้วการสืบสวนไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย เพียงแต่เพราะคนที่ได้ชื่อว่าฆาตกรเป็นโรคสมองเสื่อม
เรื่องราวคือมายูโกะ สูญเสียพ่อแม่จากการหนีฆาตกร ตัวเธอเองประสบอุบัติเหตุจนทำให้การจดจำระยะสั้นมีปัญหา ซึ่งนี่จะเป็นจุดหลักที่ทั้งเราที่เป็นคนอ่าน และตำรวจในเรื่องต้องเผชิญความลำบาก เมื่อมายูโกะรู้ตัว ก็โทรหาตำรวจโดย มีมีดและร่างผู้เสียชีวิตอยู่ข้าง ๆ บอกกับตำรวจว่าทำการฆ่าคน
เนื้อเรื่องจะแบ่งเป็นส่วนของตำรวจสายสืบและมายูโกะ เมื่ออ่านในส่วนของตัวละครมายูโกะไปประมาณหน้าหนึ่ง ขึ้นย่อหน้าถัดไป หรือห่างไปแค่สิบบรรทัด ตัวเธอก็จะลืมสิ่งที่พูดหรือทำลงไปแล้ว เรียกว่าท้อแทนตำรวจเลยจริง ๆ
นอกจากเรื่องฆาตกรรม ก็จะมีการพูดถึงประเด็นในครอบครัว และหน้าที่ของผู้หญิงที่ถูกสังคมกำหนดว่าต้องดูแลผู้สูงอายุในบ้าน เป็นแผลในใจของอีกตัวละครที่แม่เป็นโรคสมองเสื่อมเช่นเดียวกัน
ถือว่าอ่านติดมือไม่อยากวางเล่มหนึ่ง ภาษาอ่านง่าย แรก ๆ อาจจะอึดอัดที่เหมือนจะรู้แต่ไม่รู้อะไรเลย แต่พอเริ่มเห็นความผิดปกติก็จะสงสัยมากขึ้นว่าใช่แน่เหรอและอยากอ่านจนจบ ตอนท้ายก็ถือว่าจบได้โทนเศร้านิดอบอุ่นหัวใจหน่อย
🔎 แรงอาฆาตจากกระจกไร้เงา
🖋️ อากิโยชิ ริคาโกะ
📚 แพรวสำนักพิมพ์
#หนังสือฆาตกรรม #หนังสือสืบสวน #หนังสือแนวฆาตกรรม #รีวิวหนังสือนิยาย #ป้ายยากับlemon8
ในฐานะคนที่เคยอ่านนิยายแนวสืบสวนมาหลายเล่ม การนำเสนอเรื่องราวที่มีฆาตกรซึ่งป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจและเพิ่มมิติให้กับเรื่องได้อย่างดีมาก นอกจากความตื่นเต้นของการไขคดีแล้ว ยังได้เรียนรู้ถึงภาวะความจำเสื่อมที่ตัวละครมายูโกะต้องเผชิญ ส่งผลต่อทั้งการสืบสวนและความสัมพันธ์ในครอบครัว สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากนิยายสืบสวนอื่นๆ คือวิธีการเล่าเรื่องที่ผู้เขียนใช้เทคนิคการลืมความทรงจำระยะสั้นของตัวละครมายูโกะ ทำให้รู้สึกเหมือนเรากำลังเผชิญกับความสับสน อึดอัด และการพยายามต่อสู้กับอุปสรรคด้านจิตใจของเธอไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ยังสะท้อนประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วย รวมถึงการรับมือกับแผลใจที่เกิดจากความสูญเสีย จากประสบการณ์การอ่านพบว่า ภาษาที่ใช้ในหนังสืออ่านง่ายและลื่นไหล ช่วยให้ติดตามเรื่องได้โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แม้จะมีบางช่วงที่ชวนให้เครียดและสงสัย แต่ก็ยิ่งเพิ่มอรรถรสให้กับการอ่านและความอยากรู้เหตุการณ์ต่อไปจนจบเล่มได้อย่างน่าประทับใจ หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับคนรักนิยายสืบสวนฆาตกรรมที่ต้องการเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งกว่าการไขคดีธรรมดา และยังสนใจเรื่องราวทางสังคมที่แฝงอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ ความรู้สึกเศร้าและอบอุ่นใจที่ตามตอนจบ ยังช่วยให้ผู้อ่านได้หยุดคิดถึงความหมายของชีวิต ความทรงจำ และความรักในครอบครัวอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหานิยายแนวสืบสวนที่แฝงด้วยมุมมองทางจิตวิทยาและสังคม หนังสือเรื่องนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ทั้งยังเปิดโลกให้เข้าใจความยากลำบากของผู้ที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม และบาดแผลที่บางครั้งซ่อนตัวอยู่ในใจของผู้ดูแลอย่างแท้จริง

