ฝึกลูกฝึกตั้งแต่อายุหลักเดือน ไม่ต้องรอให้รู้เรื่องแล้วค่อยฝึก เพราะหากรอนานขนาดนั้น จากเด็กที่ควรรู้เรื่องจะไม่รู้เรื่องและพัฒนาการจะไม่หมาะสมตามวัยค่ะ😅
เราจะฝึกลูกอย่างไร💗 เด็กอายุแรกเกิด-6ปี
1.ให้คุณพ่อคุณแม่เทียบเคียงตามเล่มพัฒนาการ DSPM คู่มือเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กปฐมวัย โหลดได้ตามลิงค์นี้
https://multimedia.anamai.moph.go.th/ebooks/dspm/
ซึ่งในคู่มือประกอบไปด้วยพัฒนาการ 5 ด้าน คือ ด้านการเคลื่อนไหว ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ด้านการเข้าใจภาษา ด้านการใช้ภาษา และด้านสังคมและการช่วยเหลือตนเอง
2.หาโอกาสหาพาลูกไปประเมินกับนักวิชาชีพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อทราบระดับพัฒนาการและเพื่อขอคำปรึกษาข้อแนะนำในการฝึกส่งเสริมพัฒนาการลูกต่อไป
3.นอกจากพัฒนาการด้านต่างๆแล้ว การฝึกระเบียบวินัย กฏกติกา มารยาททางสังคมก็เป็นเรื่องสำคัญ สอนว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ รู้จักรอ รู้จักขอ รู้จักให้ รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ
4.การรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เริ่มต้นด้วยการสอนให้รู้รู้จักอารมณ์ของตนเอง รู้จักอารมณ์ผู้อื่น รู้จักสิทธิ์ของตนเองและผู้อื่น
5.สอนประสบการณ์ตามวัยให้ลูกโดยแบ่งเป็น 4 หมวด คือ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อม ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งแวดล้อมรอบตัว
6.เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไ ปควรมีการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7.แนะนำว่า ควรงดสื่อหน้าจอให้นานที่สุด 0-2 ปีงด 100% 2 ปีขึ้นไปเริ่มใช้ให้เกิดประโยชน์ จำกัดแค่ 1 ชั่วโมงต่อวัน ข้อสำคัญคือแบ่งครั้งละ 5-10 นาที
8.มีเวลาคุณภาพให้ลูกเล่นด้วยกับเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี
9.เปิดโอกาสให้ลูกได้ช่วยเหลืองานบ้านตามวัย
10.พ่อแม่ที่ควบคุมอารณ์ตนเองได้ดีจะทำให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ของตนเองได้ดี จิตใจที่ดีนี้จะส่งต่อไปถึงผู้อื่นเช่นกัน
จากประสบการณ์ตรงในการฝึกลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัย 6 ปี สิ่งที่สำคัญคือการไม่รอให้ลูก "รู้เรื่อง" ก่อนการฝึก เพราะการส่งเสริมพัฒนาการแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอายุ 0-6 เดือน เป็นวัยที่ลูกยังไม่สามารถสื่อสารแต่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น การจับของเล่น หรือฝึกจับคู่สี จะช่วยกระตุ้นทั้งสมองและทักษะการเคลื่อนไหว ในช่วงนี้ผมใช้วิธีให้ลูกได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างหลากหลายและปลอดภัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส เมื่อลูกโตขึ้นประมาณ 3 ปีขึ้นไป การเริ่มฝึกเรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ ผ่านการเล่นเกมหรือกิจกรรมประจำวันช่วยให้เขามีความรู้สึกอยากเรียนรู้และเข้าใจรอบตัวมากขึ้น นอกจากนี้การจำกัดการใช้สื่อหน้าจอโดยเฉพาะในเด็ก 0-2 ปี ที่ควรงดใช้ 100% นั้น ผมพบว่าส่งผลดีอย่างมากต่อลูก เพราะหากใช้หน้าจอมากจะทำให้สมาธิลดลงและพัฒนาการทางภาษาช้า อีกเรื่องที่สำคัญคือ การพาไปประเมินพัฒนาการกับนักวิชาชีพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับลูกแต่ละคนและปรับวิธีการฝึกสอนให้ตรงจุด ซึ่งผมพบว่าทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของลูกได้ชัดเจน สุดท้าย การฝึกฝนระเบียบวินัยและการรู้จักอารมณ์ตนเองของลูกยังเป็นพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะส่งผลให้พัฒนาการทางสังคมและความมั่นคงทางอารมณ์ของเด็กดีขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้และเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบครับ


















