🤔จริงไหม?? คนเราจะตกหลุมรักคน อยู่ 3 ครั้ง

เห็นหลายทฤษฎีที่เค้าบอกว่า คนเราในช่วงชีวิตเราจะตกหลุมรักคน อยู่ทั้งหมด 3 ครั้ง

คนแรกคือ รักวัยเรียน รักแรก กุ๊กกิ๊กน่ารัก รักที่รูปร่างหน้าตา ตื่นเต้น

คนที่สองคือ เป็นบทเรียนชีวิต ทั้งสุขและเศร้าเมื่อพูดถึง

คนที่สามคือ เป็นรักที่จะตกหลุมรักยากขึ้น ไม่ได้สนใจในเรื่องรูปร่างหน้าตา และเลือกที่จะหยุดที่คนนี้แล้ว พอแล้วกับรักที่ผ่านมาซึ่งคนนี้อาจจะเจอยากแต่เราเชื่อว่าต้องเจอแน่นอน

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วและมันก็ไม่เลือกเวลาเกิด การที่จะหยุดกับใครสักคนเป็นสิ่งที่ดีที่จะมีเค้าไปเรื่อย ๆ แต่สำหรับตัวเราเองเราว่าเราก็เจอแบบนี้เหมือนกันพอมาอ่านทฤษฎีที่ใครเค้าพูดกันก็พบว่าจริงเลยแหละค่ะ ใครที่รู้สึกว่าเป็นแบบนี้มั้ยแล้วเจอแล้วบ้างมาแชร์กันได้นะคะ

#ความรักความสัมพันธ์ #แฟน #คนรัก #ถามตอบปัญหาหัวใจ

2024/7/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากไปเจอ “ทฤษฎีความรัก 3 ครั้งในชีวิต” บ่อยมาก เราเลยลองนั่งไล่ทบทวนความสัมพันธ์ของตัวเองแบบจริงจัง แล้วรู้สึกว่าแก่นของทฤษฎีนี้ไม่ได้บอกว่าเราจะมีแฟนได้แค่ 3 คนเป๊ะๆ นะ แต่เหมือนเป็น “3 รูปแบบของความรัก” ที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสเจอในเส้นทางชีวิตมากกว่า 1) รักแรก / รักวัยเรียน (Innocent love) อันนี้มักมาแบบกุ๊กกิ๊ก ตื่นเต้น ใจเต้นแรง แค่ได้คุยก็มีความสุขแล้ว เราให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ความน่ารัก ความเข้ากันได้ในโมเมนต์นั้นๆ มากเป็นพิเศษ บางคนจบเพราะย้ายที่เรียน โตขึ้น หรือเพราะยังไม่รู้จักการสื่อสารที่ดีพอ แต่ต่อให้ไม่ได้ไปต่อ รักแรกมักทิ้ง “ความทรงจำหวานๆ” ไว้เสมอ 2) รักครั้งที่สอง / รักที่เป็นบทเรียน (Lesson love) สำหรับเรา ช่วงนี้จะเริ่มจริงจังขึ้น แต่ก็เป็นช่วงที่เจ็บง่ายสุดเหมือนกัน เพราะเรามักทุ่มสุดตัวและคาดหวังว่า “ครั้งนี้ต้องใช่” ความรักรูปแบบนี้สอนหลายอย่าง เช่น ขอบเขต (boundaries) การเคารพกัน ความไว้ใจ ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน หรือแม้แต่การรักตัวเองให้เป็น เวลาเล่าย้อนกลับไปมันจะทั้งสุขและเศร้าอย่างที่หลายคนพูดจริงๆ และบทเรียนที่ได้จะติดตัวไปนาน 3) รักครั้งที่สาม / รักที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน (Mature love) อันนี้คือรักที่เรา “เลือก” มากกว่า “หลง” เราเริ่มมองข้ามเรื่องรูปร่างหน้าตาและความหวือหวา แล้วสนใจความสบายใจ ความปลอดภัยทางใจ และอนาคตที่ไปด้วยกันได้จริง บางคนเจอแล้วรู้สึกเหมือนข้อความที่ว่า “A love that is felt, but not fated.” คือมันไม่ใช่พรหมลิขิตแบบนิยาย แต่เป็นความรักที่รับรู้ได้จากการกระทำ การสื่อสาร และการเติบโตไปด้วยกัน ถ้าอยากเช็กว่าตัวเองอยู่รักแบบไหน ลองถามตัวเอง 4 ข้อนี้: - เรารู้สึกเป็นตัวเองได้แค่ไหนเวลาคุยกับเขา? - เวลาทะเลาะกัน เราคุยเพื่อเข้าใจหรือเอาชนะ? - เรารู้สึกปลอดภัยและไว้ใจกันได้จริงไหม? - ความสัมพันธ์นี้พาเราเป็นคนที่ดีขึ้นหรือเหนื่อยขึ้นทุกวัน? สุดท้ายเราเชื่อว่าทฤษฎีนี้เป็นแนวทางให้ “เข้าใจตัวเอง” มากกว่าตัดสินว่าใครต้องมีรัก 3 ครั้งเท่านั้น บางคนเจอรักที่สามเร็ว บางคนอาจเจอมากกว่า 3 ความสัมพันธ์กว่าจะถึงรักที่พร้อมหยุด แต่ถ้าเราเรียนรู้จากทุกครั้ง สุดท้ายมันจะพาเราไปเจอความรักที่เหมาะกับเราเองแน่นอน

ค้นหา ·
รักสามครั้ง

42 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Chayathorn
Chayathorn

จริงๆพอมานั่งดูกับชีวิตตัวเองมันก็ใช่นะคะ รักครั้งแรก มันมาพร้อมกับความไร้เดียงสาแล้วเราก็ไม่เคยมีบทเรียนชีวิตกับเรื่องนั้น เราก็เลยไม่รู้ว่าเราจะต้องเจออะไรบ้าง พอได้ผิดหวังจากรักครั้งแรก ความรักครั้งที่สองเรามักจะคาดหวังว่าเราจะไม่ผิดหวังอีก แต่ยิ่งคาดหวังก็ยิ่งเจ็บตัวค่ะ และรู้สึกดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม(3)
รูปภาพของ Nannaphat
Nannaphat

แต่ยังไม่เคยเจอรักที่3เลยค่ะ😢

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม