How to ส่งของไป อเมริกา 🇺🇸
สินค้าต้องมีฉลากเป็นภาษาอังกฤษ
ไม่มีสารต้องห้ามที่เป็นอัตราย ต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์
ถ้าสินค้าเป็นหลอดพลาสติก ต้องมีเครื่องหมาย รีไซเคิล ♻️
แต่ถ้าเป็นประเภทอื่น ต้องสอบถามทาง DHL อีกทีนะคะ
⚠️เรื่องประกันสินค้าก็สำคัญมาก
เราเลือกทำเพราะต้องการให้ของถึงมือลูกค้าแบบปลอดภัย
ถ้าเสียหายก็สามารถเคลมได้ ค่าส่ง6ใบเทา
ค่าประกันสินค้า 5ใบแดงมีทอน
เพียงเท่านี้ก็รอรับของได้เลย 👍🏻
🗣ข้อแนะนำ: ใช้บริการของ DHL นะคะ
หลายคนถามเราบ่อยมากว่า “ส่งของไปอเมริกา (USA) ต้องเตรียมอะไร” และ “ค่าส่งของไปอเมริกา ราคาเท่าไหร่” เลยขอสรุปเป็นเช็กลิสต์จากประสบการณ์ที่เราใช้ส่งจริง (เราเลือกส่งทางแอร์กับ DHL เพราะอยากให้ถึงไวและตามสถานะง่าย) 1) เช็กว่าสินค้าส่งได้ไหม (สำคัญสุด) - สินค้าควรมีฉลากภาษาอังกฤษให้ชัดเจน (ชื่อสินค้า/ส่วนผสม/วิธีใช้/คำเตือนถ้ามี) - หลีกเลี่ยงของที่เข้าข่าย “สารอันตรายต่อมนุษย์/สิ่งแวดล้อม” เช่นที่มักถูกถามกันบ่อยในกลุ่มเครื่องสำอาง/สครับผิว เราจะเลี่ยงส่วนผสมเสี่ยง ๆ อย่าง “ปรอท” หรือสารที่ถูกจำกัดบางประเภท เพื่อไม่ให้ติดตรวจ - ถ้าเป็นแพ็กเกจจิ้งพลาสติก (เช่น หลอด/ขวด) เราจะดูว่ามีสัญลักษณ์รีไซเคิล/พลาสติกรีไซเคิลได้หรือไม่ เพราะช่วยให้เอกสาร/การแจ้งข้อมูลดูครบขึ้น - ถ้าไม่แน่ใจ หมวดนี้เราแนะนำให้ถามผู้ให้บริการก่อน (เช่น DHL) ว่าประเภทสินค้าของเราเข้ากติกาไหม 2) เตรียมข้อมูลสำหรับการส่งออก (ให้ผ่านง่ายขึ้น) - ระบุรายละเอียดสินค้าเป็นภาษาอังกฤษแบบตรงไปตรงมา (เช่น “Body scrub”, “Herbal skincare”) พร้อมจำนวนและมูลค่า - แยก “เอกสาร” กับ “พัสดุสินค้า” ให้ชัด เพราะการส่งเอกสารไปอเมริกามักใช้ขั้นตอนง่ายกว่าและราคาคิดต่างกัน 3) เรื่องค่าส่งของไปอเมริกา + ทำไมเราซื้อประกัน ค่าส่งไปอเมริกาจะขึ้นกับน้ำหนัก/ขนาด/ปลายทางในสหรัฐฯ และบริการที่เลือก (ส่งด่วน/มาตรฐาน) ของเรารอบที่แชร์ไว้จะมีทั้ง “ค่าส่ง” และ “ค่าประกันสินค้า” แยกกัน เราเลือกทำประกันเพราะอยากให้ถึงมือลูกค้าแบบปลอดภัย ถ้าเกิดเสียหายยังพอเคลมได้ ไม่ต้องลุ้นอย่างเดียว 4) เคล็ดลับให้ได้ราคาดี/ลดความเสี่ยง - ชั่งน้ำหนักและวัดกล่องก่อนเข้าร้าน จะช่วยคุมงบและเลือกกล่องให้พอดี ลดค่าส่งของไปต่างประเทศราคาแพงจากกล่องใหญ่เกินจำเป็น - แพ็กกันกระแทกให้แน่น โดยเฉพาะของแตกง่าย/ของเหลว - เก็บหลักฐาน: รูปสินค้าก่อนแพ็ก รูปตอนแพ็กเสร็จ และใบเสร็จ เผื่อใช้ตอนติดตามหรือเคลม 5) ถ้าอยากเทียบกับเจ้าอื่น (ไปรษณีย์ไทย/FedEx) ถ้าคุณกำลังดูตัวเลือกอย่าง “ส่งของไปสหรัฐอเมริกา ไปรษณีย์ไทย” หรืออยากได้ “เบอร์โทร FedEx” เพื่อสอบถามราคา แนะนำให้เทียบ 3 อย่างนี้เหมือนกันทุกเจ้า: ระยะเวลา, เงื่อนไขสินค้าต้องห้าม, และการรับประกัน/การเคลม เพราะบางทีราคาถูกกว่าแต่อาจใช้เวลานานหรือเงื่อนไขเยอะ สรุปของเรา: ถ้าต้องการความไวและอยากติดตามพัสดุแบบมั่นใจ การส่งของไปอเมริกาด้วย DHL เป็นตัวเลือกที่เราใช้แล้วโอเคมาก แต่ก่อนส่งทุกครั้งอย่าลืมเช็กฉลากภาษาอังกฤษ + สารต้องห้าม + แพ็กเกจจิ้งให้ถูกต้อง แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องประกันตามมูลค่าสินค้านะคะ


















