What’s in my Lady D-Joy Bag ✨🛍️
⭐️วันนี้กลับมากับ #whatsinmybag version everyday ค่า⭐️
เริ่มด้วยตัวกระเป๋าก่อนเลย ใบนี้เป็นของ #Dior รุ่น Lady D-Joy เป็น ที่พึ่งได้มาเมื่อปีที่แล้วตอนไปเดินเล่นที่ Emporium ตอนนั้นไปเพื่อหากระเป๋าที่ทั้งสามารถถือไปงานอีเว้นท์และได้แบบ everyday เลยได้น้องคนนี้มาค่า ส่วนตัวชอบอะไรที่น่ารักมุ้งมิ้งเลยพรีน้อง #stellalou มาห้อยกระเป๋าเพื่อเพิ่มความน่ารักเข้าไป 💗🫶🏻
มาถึงเรื่องกระเป๋าตังค์💳 เมื่อก่อนเป็นคนที่ชอบใช้กระเป๋าตังค์ใบใหญ่ที่ใส่ทุกอย่างได้ทั้งแบงค์การ์ดและเหรียญ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าใบที่เล็กลงเลยตัดสินใจใช้ cardholder #goyard ตัวนี้ พอมาใช้แล้วรู้สึกว่าชอบกว่าแบรนด์อื่นเพราะมีความslim ใส่ได้ในกระเป๋าทุกใบ แต่ด้วยความที่เราอยู่เมืองไทย ยังไงก็ต้องพกเงินสดเลยตัดสินใจไปถอย coin holder ของ #HERMES มา เป็นอีกใบที่ชอบมากเพราะมีดีไซน์ที่ unique สุดๆและราคาไม่แรง Bastia ตัวนี้ได้มาตอนราคาหลักพัน รู้สึกว่าคุ้มสุดๆ 💞
มีพวกสิ่งของจิปาถะอื่นๆในกระเป๋าที่เอาไว้ยังชีพ เช่น hand cream ของ Tamburins ในกลิ่น Vein รุ่นนี้เป็นแบบเล็กพกพาสะดวกกว่าไซส์ original มีลิปสติกของ #dior ที่โดนพี่BAป้ายยามาเพราะเป็นสีที่น้องวอนยองใช้อีกด้วย555 นอกจากนั้นก็มีพวกลูกอม ยางมัดผม และ ที่หยอดตา
สุดท้ายก็มี airpods กับพวงกุญแจ proudly present vitorinox ที่ใช้มาหลายปีแล้วเพราะรู้สึกว่ามันสะดวกมากๆเมื่ออยากใช้กรรไกร✂️แหนบหรือที่ตะใบเล็บ มีไว้ใช้ยามเร่งด่วน ส่วนอีกอย่างที่สำคัญมากคือ Airtag เมื่อก่อนเป็นคนทำกุญแจหายบ่อยเพราะชอบวางไว้จุดต่างๆ แต่ตั้งแต่ใช้ Airtag ก็ รู้สึกโล่งใจขึ้นเพราะหาเจอตลอดแล้ว555
หวังว่าทุกคนจะชอบโพสต์ What’s in my bag นี้นะคะ ไว้เจอกันอีกคราวหน้าค่า
หลายคนถามเราเยอะมากว่า Lady Dior D-Joy Mini เหมาะกับการใช้ทุกวันจริงไหม และ “ใส่อะไรได้บ้าง” เพราะทรงสวยมากแต่ก็แอบกังวลเรื่องความจุ เราเลยสรุปจากการใช้จริงให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อใครกำลังเล็งรุ่นนี้อยู่ค่ะ อย่างแรกที่อยากแชร์คือ “วิธีจัดของ” สำคัญมากสำหรับ D-Joy Mini เพราะรูปทรงจะค่อนข้างเป็นทรงเหลี่ยมและพื้นที่ด้านในไม่ได้ลึกเท่ากระเป๋าทรงโท้ต เราจะจัดเป็น 3 โซน: ของแบนๆ / ของชิ้นเล็ก / ของหยิบใช้บ่อย 1) ของแบนๆ (ช่วยประหยัดพื้นที่สุด) เราแนะนำให้ใช้ cardholder แบบ slim จะเข้ากับไซส์กระเป๋ามาก อย่างของเราเป็น Goyard ใส่การ์ดที่ใช้ประจำไม่กี่ใบก็พอ แล้วพกเงินสดแยกเป็นแบงค์พับไว้ด้านข้างหรือใส่ซองเล็กๆ จะช่วยไม่ให้กระเป๋าตุงค่ะ 2) เหรียญและของจิปาถะ สำหรับเหรียญ เราชอบ coin holder อย่าง Hermes Bastia มาก เพราะมันบางและหยิบง่ายกว่าใส่กระเป๋าสตางค์ใบใหญ่ รุ่นนี้เหมาะกับสาย “ต้องพกเงินสดในไทย” จริงๆ นอกจากนี้ของที่เรามักพกติดตลอดคือ ยางรัดผม, ลูกอม, ยาหยอดตา และลิปสติก (ของเราชอบหยิบ Dior เพราะแท่งไม่ใหญ่และดูเนี้ยบ) พวกนี้แนะนำให้ใส่ถุงผ้าหรือ pouch ใบเล็กอีกชั้น จะช่วยให้หาเจอง่ายและไม่ขูดกับของอื่นค่ะ 3) ของที่หยิบใช้บ่อย/ของชิ้นแข็ง AirPods เราจะวางไว้ด้านบนสุดเพราะหยิบบ่อย ส่วนกุญแจบ้าน+กุญแจรถ ถ้าพวงกุญแจใหญ่ไปอาจกินพื้นที่ แนะนำเลือกแบบกะทัดรัด และถ้าใครขี้ลืมเหมือนเรา Airtag คือไอเท็มที่ควรมีมาก ช่วยลดความเครียดเวลาหาของในกระเป๋าไปได้เยอะเลย ทริคเล็กๆ สำหรับ Lady Dior D-Joy Mini ที่เราใช้แล้วเวิร์ก - ถ้าห้อยชาร์มหรือตุ๊กตา (เช่น stellalou) จะเพิ่มความน่ารักก็จริง แต่เวลาพกทุกวันอย่าห้อยเยอะเกินไป เพราะอาจเกี่ยวเสื้อผ้าหรือโดนขอบโต๊ะง่าย - เลือกไอเท็มไซส์มินิ: hand cream ไซส์พกพาอย่าง Tamburins จะเหมาะมากกว่าหลอดใหญ่ - ถ้าจะให้กระเป๋าทรงสวยตลอด พยายามไม่ยัดของแข็งหลายชิ้นทับกัน เช่น กุญแจ+เครื่องมือ multitool (อย่าง Victorinox) ควรแยกไว้ในซองเล็กๆ สรุปจากการใช้จริง: Lady Dior D-Joy Mini ใช้เป็น everyday ได้ค่ะ ถ้าเราเลือกของให้ “บาง + ชิ้นเล็ก + จำเป็นจริงๆ” กระเป๋าจะยังดูสวยและหยิบใช้ง่าย เหมาะทั้งวันทำงาน/ไปคาเฟ่/ไปอีเว้นท์แบบไม่ต้องเปลี่ยนกระเป๋าบ่อยๆ เลย





ขอพิกัดร้าน car key หน่อยได้ไหมค้า🥰