รีวิวทำ FEMTO LASIK ที่รพ.ยันฮี👀✨

เราสายตาสั้นประมาณ 400 มีเอียงนิดหน่อย ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ แต่ชอบนอนระหว่างวัน ทำให้ตาแห้งบ่อยมาก เลยตัดสินใจทำเลสิคไปเลยให้จบๆ

🚙💸 ราคา: แพ็กเกจเราเป็นโปรเดือนพ.ย. Femto Lasik 54,500 บาทจ่ายทีเดียวจบรวมห้องพัก 1 คืน โดยเราเลือกไปตรวจตาก่อนและนัดวันผ่าอีกทีเดือนธ.ค.(ผลตรวจเก็บได้ 3 เดือน) ระบุเป็น‘คุณหมอเกรียงไกร องคนิคกุล’ เพราะรีวิวคุณหมอเยอะมากๆ และโรงพยาบาลยันฮีเดินทางมาง่ายมาก นั่ง mrt ลงบางอ้อ ทางออก 4 เดินถึงเลย เราคุยรายละเอียดและทำนัดผ่าน line official ของรพ. แอดมินตอบเร็วดีค่ะ

🤓วันตรวจตา: ก่อนไปตรวจงดใส่คอนแทคเลนส์ล่วงหน้าประมาณ 3 วัน วันไปตรวจตาเราไปรับคิวช่วง 7 โมงเช้า คิวค่อนข้างเยอะเลยแต่เรียกเรื่อยๆ ระหว่างนี้จะมีแฟ้มรายละเอียดขั้นตอนต่างๆให้อ่านรอ ตรวจวัดสายตา สแกนตา วัดความดันตา ตรวจอยู่หลายอย่าง จบด้วยพบคุณหมอ เป็นช่วงที่ลุ้นมากกว่าจะทำได้หรือไม่ได้ เพราะเราใส่คอนแทคเลนส์มานานเป็น 10 ปี สรุปว่าทำได้ค่าา เลยจ่ายเงิน+นัดวันทำเลย และเราเลือกทำแบบ Femto เป็นการใช้เลเซอร์ ใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า ใช้เวลาทำทั้งหมดเพียง 7 นาที!!

🤩วันนัดผ่า: ให้ใส่เสื้อกระดุมหน้า เตรียมแว่นกันแดดไว้ใส่วันกลับ และพาญาติไปด้วยคนนึง เราไปถึงโรงพยาบาลประมาณ 8 โมง พบคุณหมอตอนเช้าอีกรอบ ได้คิวผ่าเป็นคิวแรกเลย ตื่นเต้นมาก555 ก่อนผ่าจะมีเวลาลงไปกินข้าวเล็กน้อย ที่ชั้น 1 จะมีร้านอาหารตามสั่ง ราดแกงแบบกินง่ายๆ แล้วเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนขึ้นไปเตรียมตัว

ก่อนเข้าห้องทำเลสิคคุณพยาบาลจะให้เราคลีนหน้า ทำความสะอาดเปลือกตา คลุมชุด ผม รองเท้า และหยอดยาชาเตรียมขึ้นเขียงง หลังจากนอนบนเตียงทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เห็นเกือบทุกขั้นตอนตั้งแต่ใส่ที่ถ่างตา เปิด-ปิดกระจกตา ระหว่างทำจะเห็นแสงสีวูบๆวาบๆ คุณหมออธิบายทุกขั้นตอนว่าทำอะไรอยู่ ให้เราพยายามมองตรงไปที่จุดสีเขียวๆ รู้สึกตัวอีกทีคือเสร็จแล้ว ไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดใดๆ พอออกจากห้องผ่าคุณพยาบาลก็เอาที่ครอบตามาติดให้พร้อมอุปกรณ์และยาที่เราต้องใช้ พวกยาแก้ปวด ยานอนหลับ และนัดมาตรวจตาพรุ่งนี้เช้าอีกครั้งก่อนกลับบ้าน เอาจริงก็คือมองเห็น เดินออกจากห้องผ่าได้ปกติ มีเบลอๆบ้าง จากนั้นคุณพยาบาลให้นั่งรถเข็นไปส่งที่ห้องพักเลย ยาชาจะยังอยู่อีกแปปนึง ยังพอเดินเข้าห้องน้ำได้ปกติ หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ เราปวดตาแบบลืมตาไม่ขึ้นอยู่ 2-3 ชม. หลังจากนั้นลืมตาขึ้นก็มองได้ปกติ มีจังหวะเบลอบ้างชัดบ้างอยู่ ก็นอนๆหลับไป นอนตะแคงได้ บริเวณหน้าเราใช้สำลีเช็ดทำความสะอาด แปรงฟัน อาบน้ำได้ปกติแค่ระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเข้าตา

🌥️วันรุ่งขึ้นก่อนลงมาพบคุณหมอ เราต้องเปิดที่ครอบตาออกเอง เช็ดทำความสะอาดเปลือกตาด้วยสำลีกับน้ำเกลือ(มีvdo ตัวอย่างให้ดู) และหยอดยาฆ่าเชื้อ จากนั้นก็ลงมาวัดสายตา ตอนแรกใจแป้วแล้ว วัดสายตาออกมาด้านขวาเหลือสั้น 100 😅แต่ตอนพบคุณหมออีกครั้ง ด้วยความที่ตาด้านขวาเราแห้งเลยทำให้มองยังไม่ชัด100% คุณพยาบาลเลยป้ายเจลเพิ่มความชุ่มชื้นแล้วไปวัดสายตาใหม่อีกรอบ สรุปคือปกติดี เห็นชัดขึ้นกว่าเดิม และจะชัดขึ้นอีกเมื่อตาเข้าที่ดี กลับบ้านได้~

ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติเช่น ติดเชื้อ ปวดบวมใดๆอีก 3 เดือนค่อยมาพบหมออีกครั้ง หลังจากนี้ให้ดูแลตัวเองตามคำแนะนำ เช่น ห้ามโดนน้ำ เลี่ยงฝุ่นควันต่างๆและยังต้องครอบตานอนไปก่อน 7 วันกันเผลอขยี้ตา โดยรวมคือประทับใจนะ คุณหมอพยาบาลดูแลอย่างดี ทำนัดถามรายละเอียดอะไรก็สะดวกไปหมด แนะนำเลย 👀✨

**🤔 ข้อเสีย: คือช่วงที่เราเข้าพักห้องพักของโรงพยาบาลมีการก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่อยู่(ตอนจองวันพักไม่มีการแจ้งล่วงหน้า) ซึ่งเราซวยมากกกกกก ห้องที่ปรับปรุงอยู่ ผนังมันดันติดกับห้องที่เราเข้าพักครึ่งนึง ตั้งแต่เราเข้าห้องพักช่วง 10 โมงมีเสียงเจาะผนังดังไม่หยุด มีแจ้งพยาบาลก็ช่วยอะไรไม่ได้(ห้องเต็มย้ายไม่ได้) บอกให้ทำใจ และโทรเข้าส่วนกลางขอให้แจ้งช่างทำส่วนอื่นก่อนได้มั้ย เสียงดังแบบแค่คุยกับคนในห้องยังต้องตะโกน เสียงทีวีโดนกลบมิด แต่ไม่ได้รับการจัดการแต่อย่างใด ส่วนตัวเราคิดว่าไม่ควรเปิดห้องนี้ให้พักแต่แรก พอเข้าพักแล้วยังปล่อยคนไข้ให้ทนไปตามยถากรรม เสียงดังยาวจนถึงช่วง 5 โมงครึ่ง ซึ่งทำให้เราไม่ได้หลับเลย ได้แค่นอนหลับตา และลงไปเดินๆนั่งๆอยู่ชั้นล่างแทน ซึ่งจะปรับปรุงยาวถึงเดือนมิถุนา แนะนำว่าช่วงนี้อย่าพักห้องของโรงพยาบาล อาจจะซวยแบบเราได้ ให้กลับไปพักที่บ้านแล้วเช้าอีกวันค่อยมาใหม่**

#เลสิคยันฮี #เลสิคหมอเกรียงไกร #femtolasik #เลสิค #รีวิวเลสิค

โรงพยาบาลยันฮี
2024/12/22 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมSmofKabiven คือ “สารอาหารทางหลอดเลือดดำ (Parenteral Nutrition/PN)” แบบถุงพร้อมใช้ (มักเรียกแบบ 3 ห้อง/3-chamber bag) ที่รวมสารอาหารหลักไว้ในถุงเดียว เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารตอนที่ “กินเองไม่ได้/กินได้น้อยมาก/ลำไส้ยังไม่พร้อมทำงาน” เช่น หลังผ่าตัดใหญ่ ภาวะลำไส้อักเสบรุนแรง อุดตัน ลำไส้ดูดซึมไม่ได้ หรือคนไข้ต้องงดอาหารทางปากตามแผนการรักษา โดยทั่วไป SmofKabiven จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก 1) กลูโคส (คาร์โบไฮเดรต) ให้พลังงาน 2) กรดอะมิโน (โปรตีน) ช่วยซ่อมแซมร่างกาย/คงมวลกล้ามเนื้อ 3) ไขมันอิมัลชัน “SMOF lipid” ซึ่งเป็นจุดเด่นของชื่อ Smof (มักผสมจากน้ำมันถั่วเหลือง + MCT + น้ำมันมะกอก + น้ำมันปลา) เพื่อให้พลังงานและกรดไขมันจำเป็น หลายคนสับสนว่า SmofKabiven คือ “TPN” ไหม: ในภาษาคนไข้จะเรียกรวมๆ ว่าอาหารทางเส้น/TPN แต่จริงๆ คำว่า PN คือสารอาหารทางหลอดเลือดทั้งหมด ส่วน TPN (Total Parenteral Nutrition) จะหมายถึงให้ “ครบแทนการกินเกือบทั้งหมด” ปริมาณและสูตรจะเข้มข้นตามความต้องการของคนไข้แต่ละราย ขณะที่ SmofKabiven เป็นสูตรสำเร็จรูปที่โรงพยาบาลเลือกใช้ได้สะดวก และอาจปรับด้วยการเติมวิตามิน/เกลือแร่ (electrolytes) เพิ่มตามแผนแพทย์ SmofKabiven ต่างจาก “น้ำเกลือ” ยังไง? - น้ำเกลือ/สารน้ำทั่วไป (เช่น NSS, D5W) เน้นเรื่องน้ำและพลังงานเล็กน้อย ไม่ได้ให้โปรตีนและไขมันครบ - SmofKabiven เน้น “โภชนบำบัด” ให้ทั้งพลังงาน + โปรตีน + ไขมัน เพื่อพยุงร่างกายช่วงกินไม่ได้ ให้ทางเส้นไหน? - บางเคสให้ได้ทางเส้นเลือดดำส่วนปลาย (peripheral) ถ้าความเข้มข้นเหมาะสมและแพทย์ประเมินแล้ว - ถ้าต้องให้เข้มข้น/ระยะยาว มักต้องให้ทางสายกลาง (central line/PICC) เพื่อลดการระคายเส้น ข้อควรรู้/สิ่งที่คนไข้มักถาม - ระหว่างให้ PN ทีมรักษามักติดตามน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด เกลือแร่ การทำงานของตับ/ไต และดูอาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนจากสายให้น้ำเกลือ - อาการที่ควรรีบแจ้งพยาบาล/แพทย์: มีไข้ หนาวสั่น เจ็บ/บวม/แดงบริเวณสาย แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ผื่นคัน (เพราะอาจเกี่ยวกับการติดเชื้อที่สายหรือการแพ้) สรุปสั้นๆ: SmofKabiven คือถุงสารอาหารทางหลอดเลือดดำแบบสำเร็จรูป ที่ให้พลังงานและสารอาหารหลักครบกว่าสารน้ำทั่วไป ใช้ในช่วงที่ร่างกายยังรับอาหารทางปาก/ทางสายให้อาหารไม่ได้ตามปกติ ถ้าเจอชื่อยานี้ในเวชระเบียน ส่วนมากแปลว่าทีมแพทย์กำลังดูแลเรื่องโภชนาการอย่างจริงจังเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ค้นหา ·
หมอเกรียงไกรยันฮี

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ max
max

สั้น 100 ทำยังไงไม่เหลือ0

ดูเพิ่มเติม(1)