Automatically translated.View original post

Quit to business at 24, actually, cake?💡✨

Before we graduated, we had experience from college, and our girlfriend was a programmer in a startup company. 💻

When we both decided to get married, my girlfriend moved to a WFH home and did it... feeling that work is not suitable for home 🥺

Therefore quit his regular job to help continue the business at home

Our home is about fertilizer-medicine. It is very challenging for us with my girlfriend because we start from 0, knowledge is not, experience is less.

But we don't give up, start trial and error, plant that to try out for ourselves if it's good, right?

Keep learning. It makes us sell products without every word really coming out of our hearts. It is a feeling that we have touched from that product and we want to pass on the good things to others. It is awesome.

Now we and my girlfriend have been doing it together for half a year.

How to give strength to the two of us too. 🌷✨

The products we are doing are now available at the Noon market.

If anyone's flower tree line says try and love 🥰

Anyone with another good experience, come to share.

# Resigned from the job to sell # Out of work to do private business # Self review # Trending # lemon 8 diary

2025/6/8 Edited to

... Read moreตอนที่ตัดสินใจ “ลาขาดออฟฟิศ” ของเรา มันไม่ได้ฟีลเท่ๆ แบบในโซเชียลอย่างเดียวค่ะ จริงๆ คือมีทั้งความกลัวและความโล่งใจปนกัน โดยเฉพาะช่วงแรกที่ทำงาน WFH แล้วรู้สึกว่าไม่เหมาะกับชีวิตคู่และสภาพแวดล้อมที่บ้าน พอหันมาจับธุรกิจที่บ้านจริงๆ (สายเกษตร/ปุ๋ย-ยา) มันเหมือนเราได้ “เปิดร้านฮีลใจ” ให้ตัวเองไปในตัว เพราะทุกวันได้ออกไปดูต้นไม้ ดูดอกไม้ ดูสวนส้ม ได้ทำอะไรที่จับต้องได้มากขึ้น สิ่งที่เราอยากแชร์เผื่อใครกำลังคิดจะลาออกมาเริ่มอะไรใหม่ๆ คือ 4 เรื่องนี้ช่วยให้เราไม่หลุดโฟกัสค่ะ 1) ทำให้เหตุผลของเราชัดก่อนลาออก ของเราคือ “งานไม่เหมาะกับการทำที่บ้าน” + อยากสร้างอะไรที่เป็นของตัวเองร่วมกัน พอเหตุผลชัด เวลาเหนื่อยหรือท้อ เราจะไม่กลับไปลังเลว่าเลือกผิดไหม 2) เริ่มจากการทดลองใช้จริงแบบคนไม่รู้ก็ทำได้ เราเริ่มจาก 0 เหมือนกัน เลยใช้วิธีบ้านๆ คือปลูกเพื่อทดลอง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์/ผลิตภัณฑ์ที่เราขายกับต้นไม้ของเราเอง ดูผลลัพธ์เป็นรอบๆ จดไว้เลยว่าใช้กับพืชอะไร ปริมาณประมาณไหน กี่วันเห็นผล แบบนี้เวลาลูกค้าถาม เราตอบได้จากประสบการณ์จริง ไม่ต้องขายแบบท่องสคริปต์ 3) “ฮีลใจ” ด้วยรูทีนเล็กๆ ในธุรกิจ หลายคนคิดว่าลาออกแล้วจะสบาย แต่จริงๆ งานส่วนตัวคือทำทุกวันค่ะ เราเลยตั้งรูทีนให้มันไม่เคร่งเกิน เช่น เช้าเช็กสวน/เช็กต้นไม้, บ่ายแพ็กของ, เย็นตอบแชตลูกค้า พอมีระบบ ชีวิตมันนิ่งขึ้น ใจเราก็ไม่เหวี่ยงง่าย 4) เพิ่มยอดคลิก/ยอดขายด้วยการเล่าเรื่องให้คนเห็นภาพ ลูกค้าที่สายต้นไม้ดอกไม้ชอบ “ก่อน-หลังใช้” มาก เราเลยถ่ายรูปสวนส้ม/ต้นไม้ที่ทดลองไว้ ทำเป็นอัลบั้มสั้นๆ พร้อมบอกปัญหาที่เจอ (ใบเหลือง เพลี้ย ดินแน่น ฯลฯ) และวิธีแก้แบบซื่อๆ ว่าเราเองก็ลองผิดลองถูกมาเหมือนกัน ความจริงใจนี่แหละที่ทำให้คนอยากกดอ่านต่อและทักมาถาม สุดท้าย ถ้าใครกำลังอยากลาขาดออฟฟิศแล้วเริ่มธุรกิจที่เป็นเหมือน “ร้านฮีลใจ” ของตัวเอง เราว่ามันเริ่มได้จากสิ่งใกล้ตัวที่สุดก่อนค่ะ อาจจะเป็นต้นไม้ 1 กระถาง การทดลอง 1 รอบ หรือการคุยกับลูกค้า 1 คนให้ดีที่สุด แล้วค่อยๆ โตไปพร้อมกันเหมือนที่เรากับแฟนกำลังทำอยู่ตอนนี้ค่ะ