"หมวกเมฆสีรุ้ง" ศิลปะอันงดงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ 🌈

ปรากฏการณ์หมวกเมฆสีรุ้ง ศิลปะอันงดงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา

ภาพปรากฏการณ์หมวกเมฆสีรุ้ง ที่ถูกบันทึกความสวยงามโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งเป็นภาพถ่าย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ในช่วงเวลา 17.20 น.

เมฆสีรุ้ง เรียกว่า Iridescence เกิดจากที่แสงอาทิตย์สีขาวไปตกกระทบ กับเม็ดน้ำขนาดต่างๆ ที่อยู่เหนือยอดเมฆ เมื่อแสงตกกระทบหยดน้ำ จึงทำให้เกิดการหักเหเปลี่ยนทิศทางไปจากแนวเดิม

แต่แสงสีต่างๆหักเหได้ไม่เท่ากัน ทำให้แสงสีขาวแตกออกเป็นสีรุ้ง และเนื่องจากในเมฆจางๆ จะมีเม็ดน้ำขนาดต่างๆ ไม่เท่ากัน ทำให้สีรุ้งสีหนึ่ง (เช่น สีเขียว) ที่หักเหออกจากเม็ดน้ำขนาดหนึ่งๆ ซ้อนทับกับสีรุ้งอีกสีหนึ่ง (เช่น สีเหลือง) ที่มาจากเม็ดน้ำอีกขนาดหนึ่ง

จึงทำให้มองเห็นสีรุ้งมีลักษณะเหลือบซ้อนทับกันอย่างสลับซับซ้อน บางครั้งคล้าย สีรุ้งบนผิวไข่มุก บางทีก็ซ้อนกันเป็นชั้นๆ

ปรากฏการณ์สีรุ้งอาจเกิดในเมฆจางๆ บนท้องฟ้า โดยที่ไม่ต้องมีเมฆก้อนใหญ่ (อย่างเมฆฝนฟ้าคะนอง) มาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ แต่ที่พบบ่อยคือ สีรุ้งที่อยู่เหนือเมฆก้อนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า..

เชิญชวนผู้สนใจ ร่วมกิจกรรม #StarryNightCamping @Pangsida นอนดูดาวพร่างพราวกลางพงไพร”

19-20 เมษายน ณ อ่างเก็บน้ำช่องกล่ำบน

👉🏻 ครั้งแรก ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา กับช่วงเวลาที่ถูกโอบกอดไว้ด้วยประกายแสงแห่งดวงดาว และท่วงทำนองของหมู่มวลธรรมชาติ

👉🏻 มาร่วมกันกับเราในงาน “Starry Night Camping @Pangsida นอนดูดาวพร่างพราวกลางพงไพร”

ที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเพื่อจุดประกายและส่งต่อแสงไฟแห่งการอนุรักษ์ ผ่านการเดินทาง เรื่องราว และความฝัน

👉🏻 ณ อ่างเก็บน้ำช่องกล่ำบน อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว

☎️ ติดต่อสอบถาม : 081 862 1511 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือ Facebook อุทยานแห่งชาติปางสีดา Pangsida National Park (จำกัดจำนวนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเท่านั้น)

ที่มา : อุทยานแห่งชาติปางสีดา - Pang sida National Park

#ปรากฏการณ์หมวกเมฆสีรุ้ง #อุทยานแห่งชาติปางสีดา #กรมอุทยานแห่งชาติ

2025/3/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครสงสัยว่า “หมวกเมฆสีรุ้ง” คืออะไร แบบเข้าใจง่าย ๆ มันคือปรากฏการณ์เมฆที่มีแถบสีรุ้งเหลือบ ๆ อยู่บริเวณ “ขอบ” หรือ “ยอด” ของเมฆ โดยมักจะโค้งเหมือนมีหมวกครอบอยู่ด้านบน เลยถูกเรียกกันว่า หมวกเมฆ (บางครั้งเจอคำว่า Iridescent pileus cloud หรือ iridescence) ซึ่งความฟินของมันคือสีจะไม่เหมือนสายรุ้งหลังฝนเสมอไป แต่จะเป็นโทนพาสเทล/เหลือบมุก ซ้อนกันหลายชั้น ดูละมุนมาก จากที่อ่านและลองสังเกตเอง หลัก ๆ เกิดจาก “แสงอาทิตย์” ไปกระทบละอองน้ำหรือผลึกน้ำแข็งเม็ดเล็ก ๆ ในเมฆบาง ๆ ทำให้แสงเกิดการเลี้ยวเบน/แยกสี (สีต่าง ๆ แยกตัวไม่เท่ากัน) เราเลยเห็นเป็นแถบสีรุ้งเหลือบซ้อนกัน โดยเฉพาะตอนเมฆมีหยดน้ำขนาดใกล้เคียงกันและเมฆค่อนข้างบาง สีจะชัดและสวยเป็นพิเศษ แล้วทำไมหลายคนเจอบ่อยช่วงเย็น? เพราะช่วงที่ดวงอาทิตย์ทำมุมต่ำ (ใกล้ตก) แสงจะเฉียง ๆ ผ่านชั้นบรรยากาศมากขึ้น ทำให้มองเห็นสีที่ขอบเมฆได้ง่ายกว่า เคล็ดลับของเราเวลา “ล่า” หมวกเมฆสีรุ้งคือ - มองหาเมฆก้อนใหญ่สีเข้ม แล้วดูเหนือยอดเมฆว่ามีเมฆบาง ๆ ปกคลุมเหมือนหมวกไหม - ถ้าเห็นขอบเมฆเริ่มมีสี ให้ยืนดูต่ออีกนิด เพราะสีอาจไล่เฉดและเปลี่ยนเร็วมาก - พยายามยืนในมุมที่ดวงอาทิตย์ไม่ได้จ้าเข้าตาโดยตรง (บังด้วยต้นไม้/สันเขา) จะสังเกตสีง่ายขึ้น ส่วนเรื่องถ่ายรูป ถ้าอยากให้สี “เด้ง” แนะนำลองแตะวัดแสงที่บริเวณเมฆสว่าง ๆ แล้วลดแสงลงนิดหนึ่ง ภาพจะเก็บแถบสีรุ้งได้ชัดกว่า และถ้ามีฉากหน้าเป็นเงาดำ (เช่น เงานกเกาะกิ่งไม้) ภาพจะยิ่งดูมีมิติแบบในหลาย ๆ ช็อตที่คนแชร์กัน อีกคำที่หลายคนค้นคู่กันคือ “ชุดไปล่องแพ” (เผื่อแวะมาเที่ยวธรรมชาติแถบนี้) เราแนะนำแนวแต่งตัวให้คล่องตัวและกันเปียกไว้ก่อน: เสื้อแห้งไว/แขนยาวบาง ๆ กันแดด, กางเกงที่แห้งไว, รองเท้าแตะรัดส้นหรือรองเท้าลุยน้ำ, หมวก+แว่นกันแดด และพกเสื้อกันฝนหรือวินด์เบรกเกอร์บาง ๆ เผื่ออากาศเย็นช่วงเย็น ๆ ริมน้ำ ถ้ามีโอกาสไปอุทยานแห่งชาติปางสีดา ลองเงยหน้ามองท้องฟ้าช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น โดยเฉพาะวันที่มีเมฆก้อนใหญ่กับเมฆบางซ้อนกัน โอกาสเจอ “หมวกเมฆสีรุ้ง” จะสูงขึ้นแบบรู้สึกได้เลย