Swift Audio A10r , C20
Swift Audio A10r , C20 @swiffaudio_thailand จาก @ctmusicshop โคตรคูลลล#phamproduction #บดินทรเดชา2 #เด็กวงโย #บร๊ะ #ctmusic
หลายคนเสิร์ชหา “Swift Audio ISO” แล้วงงว่าเกี่ยวกับอะไรแน่ ๆ เพราะในไลน์ของ Swift Audio จะมีทั้งอุปกรณ์ดูแลไฟ/สัญญาณ (แนว ๆ isolated/ISO) และของที่อยู่บนบอร์ดอย่างมินิแป้นเหยียบ รวมถึง “MINI PEDAL TUNER” ที่เห็นในรูปด้วย เลยขอเล่าประสบการณ์การเลือกและใช้งานแบบคนเล่นดนตรีจริง ๆ เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น สิ่งแรกที่ผมดูเวลาเจอคำว่า ISO คือ “มันช่วยแก้ปัญหาอะไร” ถ้าคุณเจออาการจี่/ฮัม เวลาเสียบหลายเอฟเฟกต์ หรือใช้หลายอะแดปเตอร์ร่วมกัน โอกาสสูงว่าจะมาจากกราวด์ลูปหรือไฟไม่สะอาด อุปกรณ์แนว ISO/isolated (หรือบางรุ่นจะเป็นตัวแยกสัญญาณ/ตัดกราวด์) จะช่วยให้เสียงนิ่งขึ้นได้ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเวทีที่ปลั๊กไฟหน้างานเดาใจยาก ส่วนรุ่นที่ผมลองเล่นอย่าง A10R กับ C20 (ในภาพมีคำว่า A10R และ C20 ชัดเจน) ความรู้สึกคือ “ขนาดมินิ พกง่าย และทำให้บอร์ดดูคลีน” ถ้าคุณเป็นสายขึ้นรถไฟฟ้า/พกบอร์ดเล็กไปซ้อมที่โรงเรียนหรือสตูดิโอบ่อย ๆ ของที่เล็กและวางบนบอร์ดได้สวย ๆ จะช่วยลดภาระมาก อีกชิ้นที่อยากพูดถึงจาก OCR คือ MINI PEDAL TUNER เพราะจูนเนอร์แบบเหยียบเป็นของจำเป็นสำหรับเล่นสดจริง ๆ ข้อดีคือกดปุ๊บ mute สัญญาณได้ จูนเงียบ ๆ ก่อนเข้าท่อนสำคัญ ไม่ต้องก้มดูมือถือให้เสียจังหวะ ถ้าใครชอบจูนไว แนะนำให้ลองตั้งค่าให้คาลิเบรต (A4) ให้ตรงกับวง/เครื่องดนตรีที่ใช้ จะช่วยให้ทุกคนในวงจูนไปทางเดียวกัน ถ้าคุณลังเลระหว่าง “แบบเหยียบ” กับ “แบบหนีบ” (ในรูปมีคำว่า แบบเหยียบ/แบบหนีบ) ผมสรุปแบบบ้าน ๆ เลยว่า - แบบเหยียบ: เหมาะกับเล่นเวที/ซ้อมวงจริงจัง จูนเร็ว ไม่ต้องใช้มือ และจัดอยู่บนบอร์ดได้ - แบบหนีบ: เหมาะกับซ้อมเดี่ยว/พกติดกระเป๋า ใช้ง่ายมาก แต่บนเวทีบางทีแสง/เสียงรบกวนหรือมุมมองอาจไม่สะดวกเท่าแบบเหยียบ ทริกเล็ก ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ Swift Audio ISO หรืออุปกรณ์ในไลน์นี้: ลองเช็กพอร์ต/การต่อให้เข้ากับบอร์ดของเรา (ตำแหน่งช่องไฟ/ช่องสัญญาณ), ขนาดตัวเครื่องว่ากินพื้นที่แค่ไหน และลองเทสต์กับแอมป์ที่เราใช้จริงว่าช่วยลด noise ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีโอกาสแวะลองที่ร้านอย่าง CT Music Shop จะเห็นภาพเร็วที่สุดว่า “คูล” และ “คุ้ม” กับสไตล์การเล่นของเราหรือเปล่า
