แค่จักระไหลเวียนดี ไม่ต้องมีmanifestก็ได้ 😎

ช่วงหลังมีคนส่งข้อความส่วนตัวมากประปราย

ถามถึงเรื่องเทคนิคการManifestation

และเทคนิค หรือทางลัดที่จะทำมันได้เร็วขึ้น

…ซึ่งเข้าใจได้แหละว่า ช่วงก่อนเราอินเรื่องนี้มาก

และถึงกับจะเขียนหนังสือถึงเลย

แต่พอหลังๆ ชีวิตได้เดินทางเข้ามาประสปพบเจอ

กับหลายๆสิ่ง และทำให้วิธีปฏิบัติเราเปลี่ยนไป

พอเรามาได้รู้ว่า เอ้อ เรื่องจักระเนี่ย

มันส่งผล และช่วยเราได้มากกกกกกกก-มากที่สุดเลย

พอรู้แล้วก็ไม่รู้จะอธิบายคนหลังไมค์ที่เขามาถาม

เกี่ยวกับเรื่องmanifest ยังไงดี ...

เรามักจะบอกไปว่า มันมีวิธีที่ดีกว่าmanifest อีกค่ะ

แต่ไม่สามารถอธิบายยาวๆแบบมีต้นสายปลายเหตุ

ในหนึ่งๆแชทได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าเอาออกมาทำเป็นpost

น่าจะกระจายข้อมูลได้ดีกว่า ไม่มากก็น้อยเนอะ

วิธีแรก เราได้อ้างอิงจากหนังสือ The Power of Now

และหนังสือ The Secret (เล่มนี้เขียนโดยคุณRhonda)

คือการสมาธิแบบเชื่อมต่อกับพลังงานธาตุรู้อมตะ(Source)

หรือก็คือพลังงานพระเจ้านั่นเอง พลังงานแห่งการกำเนิดทุกสรรพสิ่ง

และยังมีพลังงานของพระเจ้าอยู่ในตัวของเราทุกคน

*เรื่องนี้อาจจะขัดกับความเชื่อตามหลักศาสนาของแต่ละคน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับผู้เปิดใจ อยากให้มองให้กว้าง

และคุณอาจจะได้รู้และลงลึกกับสิ่งต่างๆที่คุณสงสัยได้*

ยิ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสมาธิเชื่อมกับSource ได้บ่อยๆแล้วนั้น

ความคิดที่เป็นขยะก็จะค่อยๆหายไป จนเหลือแต่ตัวคุณ

ที่พร้อมจะให้higherself เข้ามา auto pilot ชีวิตคุณต่อ

หรือ วิธีที่สอง... คือการกระตุ้น7จักระ หรือ จุดศูนย์กลาง

พลังงาน7จุดที่สำคัญของร่างกาย(ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบ

ต่อมไร้ท่อ7จุดของร่างกายทางการแพทย์เช่นกัน)

ใน1 cell ในร่างกายเรา จะประกอบไปด้วยนิวเคลียส

โปรตอน อิเลคตรอน และนิวตรอน ซึ่ง โปรตอนคือ+ อิเลคตรอนคือ -

และนิวตรอนคือผลของความสมดุลของโปรตอนและอิเลคตอนเมื่อมันจับคู่กันอย่างสมบูรณ์

คนที่มีนิวตรอนเยอะๆ ก็จะพบว่าเป็นคนฉลาด หรือพลังงานดี หรือไอคิวสูง

แต่เมื่อไหร่ที่+กับ- ปกติมันจับคู่กันใช่ไหม แต่ถ้ามันไม่มีคู่ล่ะ

ถ้า + เยอะเกิน หรือ- เยอะเกิน นั่นก็คือ อนุมูลอิสระที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมา

เกิดจากการไม่สมดุลของภาวะระดับเซลในร่างกาย

อะ ... และถ้า+กับ-ขอบจิตสำนึกเราเนี่ยสมดุลกันดี

มันก็จะส่งผลถึงระบบต่อมไร้ท่อ หรือระบบจักระของเรา

ให้สมดุลกันดีเหมือนกัน และในส่วนของการกระตุ้น

ระบบจักระของเราเนี่ย ก็ต้องเพิ่มด้วยการฝึก ปราณยามะ

การทำสมาธิ ตามสาย ตามศาสตร์ความรู้ของแต่ละคน

และเมื่อฝึกจนสำเร็จแล้ว ไม่เพียงแต่จักระจะแข็งแร็งและสุขภาพกายใจสมบูรณ์แล้ว

พลังจิตของเราก็จะมีพลังมากขึ้นด้วย เพราะพลังจิต มักจะอยู่ที่จุดจักระ 6-7 ไป

ความสมดุลที่ว่าคือ ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณคุณสมดุลนั่นเอง

ร่างกายที่สมดุลทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณจะทำอะไรก็สำเร็จด้วยง่าย

ไม่ติดขัด นั่นคือ จิตที่มีพลังแล้ว เมื่อนึกคิด นึกหวัง ปรารถนา สิ่งใด

จิตก็จะดึงดูดมวลพลังงานเหล่านั้นให้เข้ามารวมตัวกันให้เกิดปรากฏ(Manifest)

ได้โดยง่ายมากๆ บางคนเรียกได้ว่า มีปาฏิหาริย์หรือสมปรารถนาเลยทีเดียวววว

2024/10/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการกระตุ้นจักระเป็นหนทางที่มีพลังในการสร้างความสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ นอกจากจะช่วยลดความเครียด ยังทำให้เราสามารถดึงดูดพลังงานงานดีๆ เข้ามาในชีวิตได้ง่ายขึ้น วิธีการเช่นการฝึกสมาธิ การทำปราณยามะ และการเชื่อมต่อกับพลังงานแห่งจักระ มีความสำคัญต่อการพัฒนาจิตวิญญาณและการเข้าถึงตัวตนที่สูงขึ้น ทั้งนี้การกระตุ้นจักระทั้ง 7 จุดจะทำให้การไหลเวียนของพลังงานในร่างกายเราบรรลุความสมดุล ซึ่งส่งผลให้ชีวิตของเรามีความสำเร็จที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการงานหรือความสัมพันธ์ การเข้าใจจุดดีของจักระและการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรามองเห็นเรื่องราวที่สวยงามของชีวิต การเปิดใจรับรู้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับจักระ และการเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตจะทำให้เราพัฒนาขึ้นได้ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะมีความเชื่อแบบไหนก็สามารถนำแนวทางนี้ไปปรับใช้โดยไม่มีการจำกัดในศาสนา การพัฒนาร่างกายและจิตใจควรเป็นในเชิงประสบการณ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การมีชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังงานที่เป็นบวก จะช่วยให้เราดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตในทุกๆ ด้าน