✨ ออฟฟิศจะน่าอยู่ ถ้าเรารู้จักตั้งคำถามให้ถูกจุด

คุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ? 😩

เวลาทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน หรือจู่ๆ โปรเจกต์ไหนมีปัญหาขึ้นมา...

สิ่งแรกที่คุณเผลอถามออกไปคืออะไรครับ?

ใช่คำถามนี้ไหม... "ใครผิด!?" 😠

ถ้าใช่... ผมอยากชวนให้คุณลองคิดดูว่า คุณกำลังเริ่มต้น "เกมการกล่าวโทษ" อยู่หรือเปล่า?

เกมที่ไม่มีใครชนะ มีแต่จะสร้างความขุ่นเคือง บรรยากาศแย่ลง

และที่สำคัญคือ ปัญหาไม่เคยถูกแก้ไขจริงจังเลยสักนิด!

.

แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ครับ!

เพียงแค่เปลี่ยนคำถามจากการ "ตามล่าหาตัวคนผิด"

ไปเป็นการ "ตามหาจุดบกพร่องของกระบวนการ" หรือก็คือ "สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา" นั่นเองครับ

.

เหมือนดังประโยคเด็ดที่ทัชใจผมมากจากหนังสือเล่มหนึ่ง

"แทนที่จะถามว่า 'นี่เป็นความผิดของใคร'

ให้ถามว่า 'กระบวนการนี้เกิดข้อบกพร่องตรงไหน'"

เห็นด้วยไหมครับ?

ถ้าเราต้องการแก้ไขปัญหาจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาคนผิดเลย!

สิ่งที่เราควรโฟกัสคือ "สาเหตุ" ของปัญหาคืออะไร และจะ "แก้ไข" มันได้อย่างไร... ก็แค่นั้นเอง

.

ดังนั้น ครั้งหน้า หากคุณต้องเจอกับปัญหาในที่ทำงานอีก

อย่าลืมที่จะลองเปลี่ยนคำถามที่จะใช้ดูนะครับ

แล้วบรรยากาศการทำงานของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

ทีมจะทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ปัญหาจะถูกแก้ไขอย่างรวดเร็ว

และทุกคนจะโฟกัสที่การพัฒนา ไม่ใช่การหาเรื่องตำหนิกัน

.

บทความนี้เรียบเรียงและตกผลึกจากส่วนหนึ่งของหนังสือ Rawit Midlife (แก่นความคิดในวัยตกผลึก)

หนังสือที่เหมาะกับคนวัยทำงานเป็นอย่างมาก เพราะอัดแน่นด้วยข้อคิดดีๆ ที่คุณรวิศตกผลึกมาให้แล้ว

พร้อมนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตและการทำงานได้ทันที!

หากคุณชื่นชอบบทความแนวคิดดีๆ แบบนี้ สามารถกดติดตามหมีช้ม กันไว้ได้นะครับ

ผมจะพยายามเขียนให้ได้อ่านกันบ่อยๆ ครับ

ขอบคุณครับ! 🙏

.

.

.

#Lemon8ฮาวทู

#พัฒนาตัวเอง

#หนังสือ

#รีวิวหนังสือ

#อ่านตามlemon8

2025/7/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการตั้งคำถามอย่างมีประสิทธิภาพในที่ทำงานเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยแทนที่จะตั้งคำถามว่า "ใครผิด" ซึ่งมักนำไปสู่ความขุ่นเคืองและการกล่าวโทษ การเปลี่ยนโฟกัสไปยัง "จุดบกพร่องของกระบวนการ" ช่วยให้ทีมทำงานสามารถวิเคราะห์สาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดปัญหาและร่วมมือกันหาทางแก้ไขได้ดียิ่งขึ้น การถามในลักษณะนี้ยังช่วยเสริมสร้างความเป็นผู้นำที่เน้นการแก้ไขมากกว่าการตำหนิ ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในระยะยาว นอกจากนี้ยังทำให้สมาชิกในทีมรู้สึกมีคุณค่าและได้รับการสนับสนุน ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม การนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ในองค์กรจึงจำเป็นต้องเริ่มจากตัวบุคคลก่อน โดยฝึกตนเองให้ตั้งคำถามที่ชี้ไปที่ขั้นตอน กระบวนการ หรือระบบ มากกว่าการโฟกัสที่ตัวบุคคล ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหาจริงอย่างรวดเร็ว สำหรับคนวัยทำงานที่สนใจพัฒนาทักษะนี้อย่างลึกซึ้งและนำไปปรับปรุงชีวิตการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนังสือ Rawit Midlife ถือเป็นแหล่งความรู้ที่เหมาะสม เพราะรวบรวมข้อคิดและแนวทางการตั้งคำถาม การแก้ปัญหา และการพัฒนาตัวเองในบริบทของชีวิตการทำงานอย่างครบถ้วน สุดท้าย การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีไม่ใช่เรื่องของการหาคนผิด แต่เป็นการเข้าใจและพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในองค์กรทุกระดับชั้น