ปัญหาเด็ก Gen Z กับโซเชียลมีเดีย

1. เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายเกินไป

2. การผลิตสื่อต่างๆออกแบบมาเพื่อให้เขาได้อยู่ในโลกที่ไม่ใช่โลกแห่งความจริงนานเท่าที่จะทำได้

3. ห่างไกลการสัมผัสพูดคุยหรือปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอกทำให้เขาตกหล่นทักษะในการใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริง

#หนังสือ #ป้ายยากับlemon8 #ติดเทรนด์ #หนังสือดีบอกต่อ #หนังสือเล่มโปรด

เทศบาลนครนครราชสีมา
2025/3/10 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมพอพูดถึง “เด็ก Gen Z” หลายคนจะนึกถึงเด็กที่โตมากับมือถือและโซเชียลมีเดียตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งข้อดีมันก็มี (เข้าถึงความรู้ไว สื่อสารเก่ง) แต่จากที่อ่านประเด็นในหนังสือ The Anxious Generation และลองสังเกตคนรอบตัว ฉันรู้สึกว่าปัญหาหลักๆ มักวนอยู่ 3 แกนเดียวกัน แล้วแตกย่อยเป็นเรื่องที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน 1) เข้าถึงสื่อไม่เหมาะสมง่ายกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ “เนื้อหาผู้ใหญ่” แต่รวมถึงคอนเทนต์ที่กระตุ้นความรุนแรง การบูลลี่ การเปรียบเทียบรูปร่าง/หน้าตา หรือคลิปที่ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ผิดๆ ด้วย หลายครั้งเด็กไม่ได้ตั้งใจหาเอง แค่อัลกอริทึมแนะนำต่อๆ กันก็ไหลไปได้ไกลมาก วิธีที่ฉันเห็นว่าใช้ได้คือคุยให้ชัดว่าอะไรคือคอนเทนต์ที่ไม่โอเค สอนให้กด “ไม่สนใจ/ซ่อน” และทำข้อตกลงเรื่องแอปที่ใช้งาน แทนการห้ามแบบตัดขาด 2) สร้าง “ตัวตนออนไลน์” จนหลุดจากโลกจริง เด็กเจน Z จำนวนหนึ่งใช้เวลาไปกับการแต่งโปรไฟล์ โพสต์ให้ได้ยอดไลก์ หรือตามเทรนด์เพื่อไม่ตกขบวน จนรู้สึกเหมือนต้องแสดงบทบาทตลอดเวลา พอคะแนนตอบรับไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็เกิดความกังวลและความรู้สึกว่าตัวเองไม่พอ บางคนเริ่มตีค่าตัวเองจากยอดวิว/ยอดแชร์ ซึ่งเป็นกับดักมากๆ ถ้าทำได้ ฉันแนะนำให้มี “เวลาออฟไลน์” แบบจริงจัง เช่น มื้อเย็นวางมือถือ หรือก่อนนอน 1 ชั่วโมงไม่เล่นจอ เพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่กับความคิดและร่างกาย 3) ปฏิสัมพันธ์ในโลกจริงลดลง ทักษะชีวิตตกหล่น เมื่อการคุยกันย้ายไปอยู่ในแชต เด็กอาจเก่งพิมพ์แต่ไม่ถนัดอ่านสีหน้า น้ำเสียง หรือการรับมือความขัดแย้งแบบต่อหน้า สิ่งเล็กๆ อย่างการทักทาย การขอความช่วยเหลือ หรือการอยู่ในกลุ่มเพื่อนโดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาคั่นกลาง กลายเป็นเรื่องยากกว่าที่ควรจะเป็น ฉันว่าแก้ได้ด้วยการเพิ่มกิจกรรมที่ต้อง “เจอคนจริง” เช่น กีฬา ชมรม อาสาสมัคร หรือกิจกรรมที่ต้องทำงานเป็นทีม เพราะมันบังคับให้ฝึกสื่อสารและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าจะเริ่มแบบไม่กดดัน ฉันชอบใช้วิธีค่อยๆ ตั้งกติกาที่ทำได้จริง: จำกัดเวลาโซเชียลบางช่วง ปิดแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น และมีพื้นที่ปลอดมือถือในบ้านบางจุด จุดสำคัญคือทำให้เด็กเห็นว่าเรากำลังช่วยเขากลับมาอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่แค่จับผิดว่าเล่นโซเชียลมากไป