Automatically translated.View original post

Insert Tube in wrong order = check for distortion, patient gets hurt repeatedly

🩸 "Order of Draw" is more important than I thought!

Insert Tube in wrong order = distortion check. Patient gets hurt again. 😵‍💫

Let's remember a simple blood draw sequence. 👇

🔹 1️⃣ (Light Blue)

• Sodium citrate

• Blood clotting test

🩸 PT, aPTT.

🔹 2️⃣ Red (Red)

• No anticoagulant / clot activator

• General Chemical Examination, Serology, Immune

🔹 3️⃣ Green (Green)

• Heparin

• Chemistry in plasma

⚡ Electrolyte, BUN, Cr, LFT

🔹 4️⃣ Purple (Lavender / Purple)

• EDTA

• CBC, Hct, Hb check

🔹 5️⃣ Gray (Gray)

• Sodium fluoride + Potassium oxalate

• Sugar and Lactate 🍬

📌 Remember briefly:

💙 Blue → ❤️ Red → 💚 Green → 💜 Purple → 🩶 Gray

✨ "Put it in the right order. The results are accurate. The patient is safe."

# Draw blood # Registered nurse # Lemon 8 Howtoo # Nurse

5/18 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์จริงในการทำงานด้านพยาบาล เจาะเลือดเป็นขั้นตอนที่ต้องทำอย่างรอบคอบและมีความแม่นยำสูง เพราะถ้าใส่ Tube ในลำดับที่ผิดอาจส่งผลต่อค่าการตรวจวินิจฉัย ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อการวางแผนรักษาของแพทย์ ซึ่งหากเกิดปัญหานี้ คนไข้ต้องถูกเจาะเลือดซ้ำหลายครั้ง นอกจากจะทำให้เจ็บตัวเพิ่มแล้ว ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการดูแลสุขภาพอีกด้วย โดยลำดับที่ถูกต้องตามขั้นตอน "Order of Draw" ที่ใช้กันทั่วโลก จะเริ่มจากหลอดฟ้าซึ่งมีสาร Sodium citrate ที่ใช้ตรวจการแข็งตัวของเลือด เช่น PT, aPTT ซึ่งต้องเก็บก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนสารจากหลอดอื่น ต่อมาคือหลอดแดงที่ไม่มีสารกันเลือดแข็งสำหรับการตรวจเคมีทั่วไปและภูมิคุ้มกัน จากนั้นหลอดเขียวที่มี Heparin สำหรับการตรวจเคมีในพลาสมาเช่น Electrolyte, BUN, Creatinine, LFT ตามด้วยหลอดม่วงที่มี EDTA สำหรับตรวจ CBC, Hct, Hb และสุดท้ายหลอดเทาที่มี Sodium fluoride และ Potassium oxalate สำหรับตรวจน้ำตาลและแลคเตท ในสถานการณ์การทำงานจริง ระบบการจัดลำดับนี้ช่วยให้ทีมพยาบาลปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้นและลดข้อผิดพลาดลง ผมมักจะแนะนำให้เพื่อนร่วมงานใช้เทคนิคจำง่ายๆ เช่น “ฟ้า→แดง→เขียว→ม่วง→เทา” พร้อมกับการตรวจสอบชื่อคนไข้และสัญลักษณ์บนหลอดทุกครั้ง เพื่อความถูกต้องและปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ การเข้าใจถึงบทบาทของสารแต่ละชนิดในหลอด Tube จะทำให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่รู้ว่าทำไมต้องเจาะตามลำดับนี้ เช่น การนำสุขศาสตร์ที่ดีมาปรับใช้ การหยุดใช้ปลายนิ้วสัมผัสหลอดโดยตรง การเขย่าหลอดอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหลอด และตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือเสมอ จะสร้างความมั่นใจในคุณภาพการตรวจเลือดและผลลัพธ์ที่ได้ สรุปคือ "การใส่ Tube เจาะเลือดให้ถูกลำดับ" ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของคนไข้ในทุกขั้นตอนการดูแลสุขภาพ