วรรณกรรมแปลญี่ปุ่นอบอุ่นหัวใจ 💙

ถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว (また、同じ夢を見ていた)

🍂💐🪴🌤🍃🐈📔🤍

“ชีวิตคนเราก็เหมือนไม้แรกของการวิ่งผลัดนั่นแหละ ถ้าตัวเองไม่ออกวิ่งก่อนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น”

“ถ้ามีเรื่องที่อยากเล่าละก็ ไม่ว่าตอนไหนฉันก็จะฟังนะ จะเล่าถึงเมื่อไหร่ฉันก็จะฟัง”

“คนเราทิ้งความทรงจำอันน่าเศร้าไปไม่ได้หรอก แต่เราสร้างความทรงจำดีๆ ขึ้นมา แล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสนุกสนานได้”

“ฉันรู้สึกว่าคนที่สร้างสิ่งที่ตัวฉันเองทำไม่ได้ ขึ้นมาเนี่ย สุดยอดมากเลยนะ”

“จะมามัวเสียใจไม่ได้หรอก ชีวิตคนเราน่ะ ก็เหมือนมื้อกลางวันที่โรงเรียนนั่นแหละ … วันที่ไม่มีของที่ชอบ ก็ต้องกินอย่างเอร็ดอร่อยให้ได้ ใช่มั้ยหละ”

#ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว #รีวิวหนังสือ #BookReview #วรรณกรรมญี่ปุ่น #bookstagram

7/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้อ่าน "ฝันถึงเรื่องนั้น อีกแล้ว" ซึ่งแปลมาจากวรรณกรรมญี่ปุ่นของผู้เขียน 住野 よる (Yoru Sumino) นี้ สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งในเนื้อหาที่ชวนให้คิดเกี่ยวกับชีวิตและความทรงจำในแบบที่หลายคนอาจมองข้าม ผมรู้สึกว่าเนื้อหาที่พูดถึงชีวิตคนเราเปรียบเสมือนไม้แรกในการวิ่งผลัดหรือพุดดิ้ง กลับสื่อถึงความไม่สมบูรณ์แบบ และสิ่งที่ต้องเผชิญในชีวิตจริง ที่เราต้องกล้าก้าวออกไปเริ่มต้นบ้าง ทั้งยังให้อารมณ์ความอุ่นใจผ่านคำพูดที่ว่า "ไม่ว่าตอนไหนฉันก็จะฟังนะ" ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของการมีคนรับฟังและแชร์เรื่องราวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นอกจากนี้ การพูดถึงการสร้างความทรงจำดี ๆ เพื่อฝ่าฟันความเศร้า เป็นสิ่งที่ทำให้บทประพันธ์นี้ไม่ใช่เพียงนิยาย แต่เป็นแรงบันดาลใจที่มีพลังช่วยให้คนอ่านรู้สึกอยากก้าวเดินต่อไป แม้จะเจออุปสรรคหรือความสูญเสีย ในมุมของผู้ที่ชอบอ่านวรรณกรรมญี่ปุ่น ผมเห็นว่าผลงานชิ้นนี้มีเสน่ห์ตรงการเล่าเรื่องด้วยประโยคสั้น ๆ แต่สะท้อนแง่มุมความจริงของชีวิตมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น "ชีวิตคนเราน่ะ ก็เหมือนมื้อกลางวันที่โรงเรียนนั่นแหละ … วันที่ไม่มีของที่ชอบ ก็ต้องกินอย่างเอร็ดอร่อยให้ได้" ซึ่งเป็นการยืนหยัดในเรื่องเล็ก ๆ อย่างมีความหมาย และที่น่าสนใจคือ ความรู้สึกที่พูดถึงส่วนหวานและขมของชีวิตภายในพุดดิ้ง แทนความหวานและขมในชีวิตจริง ทำให้ผู้อ่านได้คิดตามและสัมผัสความจริงของอารมณ์หลากหลายที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ ท้ายที่สุดแล้ว วรรณกรรมแปลญี่ปุ่นเล่มนี้เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาความอบอุ่นใจและแรงผลักดันให้ผ่านพ้นความเศร้า โหยหาความทรงจำดี ๆ และอยากได้รับการฟังหรือเข้าใจในช่วงเวลายากลำบาก เป็นหนังสือที่ทำให้รู้สึกว่า ความเรียบง่ายในถ้อยคำสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ได้จริงๆ