Automatically translated.View original post

EYE & LIP MAKEUP REMOVE

💌 Brand: Dior

The new will be blue water, the old will be yellow.

1 bottle will be used for almost a year because it doesn't wear makeup often.

Facial skin is not dry. Still moisturizing of the facial skin.

✨. Check out is very easy.

💵 Price: 1,700

เมกาบางนา

2024/12/12 Edited to

... Read moreใครกำลังหา dior makeup remover สำหรับเช็ดอายเมคอัพกับลิปแบบติดทน เราขอแชร์วิธีใช้ + ทริคเล็กๆ จากที่ใช้ Dior Eye & Lip Makeup Remover (มีทั้งขวดฟ้าและขวดเหลือง) แล้วรู้สึกว่าทำให้เช็ดออกง่ายขึ้นและไม่ทำร้ายผิวรอบดวงตาค่ะ 1) เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง ตัวนี้เป็นสูตรลักษณะเหมือนแยกชั้น (เวลาอยู่เฉยๆ) เราจะเขย่าจนของเหลวเข้ากันก่อน แล้วค่อยเทลงสำลี จะช่วยให้เช็ดเมคอัพออกไวขึ้น โดยเฉพาะมาสคาร่าและอายไลเนอร์ 2) ใช้วิธี “แปะแล้วค่อยปาด” ลดการถูแรงๆ เราจะชุบสำลีให้ชุ่มพอดี แล้วแปะทิ้งไว้ที่เปลือกตาประมาณ 10–20 วินาที ค่อยๆ ลากออกตามแนวขนตา วิธีนี้ช่วยลดการเสียดสี ทำให้รอบดวงตาไม่แดง ไม่ระคาย และลดโอกาสขนตาร่วงจากการถูซ้ำๆ 3) เช็ดลิปให้เกลี้ยงแบบไม่ทำให้ปากลอก ถ้าลิปแมตต์ติดทนมากๆ เราจะประกบสำลีไว้ที่ริมฝีปากสักพักก่อน แล้วค่อยเช็ดออกเป็นทิศทางเดียว พอเมคอัพหลุดแล้วค่อยตามด้วยลิปบาล์มบางๆ จะรู้สึกว่าปากไม่แห้งแตกง่าย 4) เหมาะกับวันแต่งหน้าหนัก แต่ก็ใช้วันที่แต่งเบาได้ วันที่แต่งตาแน่นๆ ตัวนี้ตอบโจทย์มากเพราะ “เช็ดออกง่าย” จริง แต่วันที่ทากันแดด/แป้งเบาๆ เราจะใช้ปริมาณน้อยลง เพื่อไม่ให้รู้สึกมันเกินไป แล้วค่อยล้างหน้าด้วยโฟม/เจลตามปกติ 5) รุ่นขวดฟ้า vs ขวดเหลือง ต่างกันยังไง? จากที่เราใช้ ความรู้สึกโดยรวมคือทั้งสองรุ่นทำหน้าที่เช็ดตาและปากได้ดีเหมือนกัน จุดที่ต่างจะเป็นโทนสีของน้ำและแพ็กเกจ (ขวดฟ้าเป็นรุ่นใหม่ ขวดเหลืองเป็นรุ่นเก่า) ใครที่เคยใช้รุ่นเก่าแล้วชอบ โดยมากเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ก็ยังใช้งานต่อได้แบบไม่ต้องกังวล 6) ความคุ้มค่า/การใช้งาน สำหรับเรา 1 ขวดใช้ได้นานมากเกือบปี เพราะไม่ได้แต่งหน้าบ่อย แต่ถ้าแต่งหน้าทุกวันอาจหมดเร็วกว่านั้น แนะนำให้เทเท่าที่ใช้จริงเพื่อไม่เปลือง และปิดฝาให้แน่นทุกครั้ง ถ้าจะซื้อ เราไปดู/ซื้อแถวเมกาบางนาได้สะดวก ใครลังเลอยู่ แนะนำไปลองที่เคาน์เตอร์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าชอบฟีลลิ่งแบบไหนค่ะ