Automatically translated.View original post

Jade dragon Snow Mountain

2025/1/4 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหา “Xilingxia Road Qingdao” บนกูเกิล (ถนน/เส้นทางเที่ยวในชิงเต่า) แนะนำให้เช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะ เพราะทริปนี้ของเราอยู่ที่ลี่เจียง ยูนนาน และไฮไลต์คือ “ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)” คนละเมืองกันเลย หลายครั้งชื่อสถานที่ในจีนสะกดได้หลายแบบ ทำให้ค้นหาแล้วหลุดไปอีกโลเคชันได้ง่ายมาก ทริคที่เราใช้เวลาแพลนทริปจีนให้ไม่หลงโลเคชัน คือ 1) ค้นด้วยชื่อจีน/พินอินคู่กัน 2) เปิดแผนที่แล้วดูจังหวัด/มณฑลให้ตรง (ลี่เจียง = ยูนนาน, ชิงเต่า = ซานตง) 3) ดูรูปสถานที่ประกอบ เช่น ถ้าเป็น Jade Dragon Snow Mountain จะเห็นยอดเขาหิมะสูงๆ ทางเดินไม้ และป่าสนเป็นฉากหลังแบบในรูปที่เราถ่ายมา กลับมาที่ภูเขาหิมะมังกรหยก—เราไปช่วง 10 เมษายน อากาศเย็นจริงและมีหิมะให้เห็นบนยอดเขา ความสูงป้าย 4506 เมตรคือจุดที่ตื่นเต้นมาก เพราะขึ้นไปแล้ววิวเปิดสุดๆ เห็นหิมะขาวตัดกับท้องฟ้าและแนวเขา สวยแบบรูปไม่ค่อยเก็บความอลังการได้หมด สิ่งที่อยากแชร์เพิ่มเติมสำหรับคนจะไปครั้งแรก: - เสื้อผ้า: ถึงจะเป็นเมษายน แนะนำพกเสื้อกันหนาว/กันลม และใส่รองเท้าที่เดินง่าย เพราะมีช่วงเดินบนทางเดินไม้และขึ้นบันได - การเดินทาง/จุดแวะ: บริเวณด้านล่างจะมีอาคารไม้ ท่ามกลางป่าสน และมีรถบัสวิ่งรับส่งเป็นช่วงๆ เหมาะมากถ้าอยากคุมเวลา - จุดถ่ายรูป: ทางเดินไม้กับวิวภูเขาหิมะคือมุมที่ทุกคนต้องได้รูป รวมถึงระเบียงที่มีป้ายความสูง 4506 เมตร (แนะนำไปเช้าๆ คนจะไม่แน่น) - ความสูง: ใครไม่คุ้นกับที่สูง ให้เดินช้าๆ พักเป็นระยะ และดื่มน้ำอุ่น/เครื่องดื่มอุ่นๆ ช่วยได้เยอะ สรุปคือ ถ้าเป้าหมายจริงๆ คือเที่ยวชิงเต่าและตามหา Xilingxia Road ให้ตรวจชื่อเมืองกับหมุดแผนที่ก่อน แต่ถ้ากำลังลังเลอยากเห็นหิมะในจีนแบบ “วิวภูเขาหิมะ + ทางเดินไม้ + ป่าสน” เราว่า Jade Dragon Snow Mountain ที่ลี่เจียงเป็นทริปในฝันที่คุ้มมากค่ะ