วันที่ 2 พ.ย. 68 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” โพสต์คลิปตอบโต้นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคประชาชน หลังอีกฝ่ายแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า การจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อบริจาคให้กองทัพ อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 โดยอ้างคำพิพากษาศาลที่ระบุว่าเสื้อเกราะกันกระสุนถือเป็น “ยุทธภัณฑ์” และผู้จัดซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษถึงจำคุก 5 ปี

---

"ตอนนี้มี สส. ออกมาบอกว่าประชาชนที่จัดหาเกราะให้กับทหาร อาจเข้าข่ายทำผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ ผมขอฝากบอกแบบนี้ครับผมเองเป็นคนหนึ่ง และชาวบ้านอีกหลายคนช่วยผมสนับสนุนจัดหาเกราะร่วมกับหน่วยงาน แล้วยังมีคนอื่นๆ ที่จัดหาเกราะไปให้ทางทหารอีกเยอะแยะ มากมาย

ผมอยากบอกว่าถ้าผิดท่านไปดำเนินการกับผมได้ แล้วให้จบที่ผมเลยเพราะไม่ว่าสิ่งที่ผมทำหรือสิ่งที่ประชาชนคนอื่น ๆ จัดของไปให้ ผมเชื่อว่าพวกเขามีใจอยากช่วยให้ทหารได้กลับบ้าน พยายามจะหาของดี ๆ ไปให้พวกเขา

แล้วอย่างชุดที่ผมจัดไปให้ ลองไปดูราคาในต่างประเทศแผ่นหนึ่งประมาณ 20,000 กว่า เจ้าที่ผมสั่งประมาณ 10,000 กว่า แล้วเค้ายังร่วมทำบุญมากับผมเหลือแผ่นละ 6,000 เอง ผมไม่รู้ว่าท่านจะดำเนินการเรื่องอะไรนะ ถ้าบอกว่าทุจริต นี่ผมได้ถูกกว่าปกติอีก แล้วทุจริตตรงไหน ถ้าจะทุจริตผมเชื่อว่า ทำได้ด้วยแต่เราไม่ทำ

ตอนที่เกิดเหตุทุกคนเห็นว่าผมทำอะไร ทำงานหนักขนาดไหน มีหลายคนจิตอาสามากมายที่ออกมาช่วย ผมพูดตรง ๆ นะ ผมไม่เคยเห็นนักการเมืองออกมาช่วย ตอนที่เกิดปัญหาเลย แต่วันนี้พอจบเรื่องมาเล่นผมมาเล่นทหาร"

#TheStructure

#TheStructureNews

#กันจอมพลัง #ปิยรัฐจงเทพ #พรรคประชาชน

2025/11/3 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเห็นคำว่า “เสื้อเกราะกันกระสุน” โผล่มาในข่าว หลายคน (รวมถึงเรา) จะสับสนทันทีว่า ตกลงประชาชนซื้อได้ไหม แล้วถ้าซื้อไปบริจาคให้ทหาร/หน่วยงานรัฐ จะกลายเป็นความผิดหรือเปล่า เพราะประเด็นมันไม่ได้อยู่แค่ “อยากช่วย” แต่อยู่ที่สถานะของของชิ้นนี้ในกฎหมายด้วย จากที่ติดตามข่าวนี้ ประเด็นหลักที่คนค้นหาและถกกันคือ “เสื้อเกราะกันกระสุนเป็นยุทธภัณฑ์ไหม” เพราะถ้าถูกจัดเป็น “ยุทธภัณฑ์” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 การผลิต ครอบครอง นำเข้า ส่งออก หรือจัดหา อาจต้องมีการอนุญาต/ทำตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด (และในข่าวก็มีการอ้างคำพิพากษาศาลประกอบ) เลยทำให้เรื่องบริจาคที่ตั้งใจดี ถูกตั้งคำถามว่าผู้ให้และผู้รับเสี่ยงหรือไม่ สิ่งที่เราอยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังคิดจะจัดหา “กันกระสุน” เพื่อช่วยหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรืออาสา คือให้เริ่มจาก “ช่องทางทางการ” ก่อนเสมอ เช่น ติดต่อหน่วยงานปลายทางให้ชัดว่าเขารับการบริจาคแบบไหน ต้องใช้สเปกอะไร และให้หน่วยงานเป็นผู้ออกเอกสาร/รับมอบตามขั้นตอน เพราะอย่างน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการครอบครอง/ขนส่งโดยบุคคลทั่วไป และทำให้ตรวจสอบได้ว่าเป็นของที่เหมาะกับภารกิจจริง อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือ “มาตรฐานและสเปก” ของเสื้อเกราะกันกระสุน ไม่ใช่มีคำว่ากันกระสุนแล้วใช้ได้หมด ควรถามหน่วยงานว่าเขาต้องการระดับการป้องกันแบบไหน (เช่น แผ่นเกราะ/แผ่นเซรามิก มาตรฐานที่เทียบเคียงได้) น้ำหนักที่รับได้ และขนาดที่ใส่จริง รวมถึงอายุการใช้งาน/การเก็บรักษา เพราะของบางแบบเก็บผิดวิธีก็เสื่อมสภาพได้ โดยเฉพาะถ้าซื้อจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน ในข่าวนี้ยังมีการพูดถึงเรื่อง “ราคา” และข้อครหาว่าถูกหรือแพงเกินจริง เราว่าถ้าจะให้โปร่งใสและสบายใจ ควรเก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จ เลขล็อต/รุ่นสินค้า ไปจนถึงหลักฐานการส่งมอบ และถ้าเป็นไปได้ทำสรุปค่าใช้จ่ายแบบอ่านง่ายแนบไว้กับโพสต์หรือรายงานการบริจาค จะช่วยปิดช่องสงสัยได้เยอะ สุดท้าย ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะช่วยยังไงโดยไม่เสี่ยงเรื่อง “กันกระสุน” ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือบริจาคเป็น “เงินผ่านกองทุน/บัญชีที่หน่วยงานประกาศ” หรือสนับสนุนอุปกรณ์ที่ไม่เข้าข่ายอ่อนไหว (เวชภัณฑ์ อุปกรณ์สื่อสารที่อนุญาต อาหารแห้ง ฯลฯ) แล้วให้หน่วยงานเป็นผู้จัดหาตามระเบียบเอง วิธีนี้ยังได้ช่วยเหมือนเดิม แต่ลดความเสี่ยงเรื่องกฎหมายและการตรวจสอบภายหลัง โดยรวมประเด็นนี้สะท้อนว่าคำว่า “ช่วย” กับ “ทำถูกขั้นตอน” ต้องไปด้วยกัน ถ้าอยากบริจาคเสื้อเกราะกันกระสุนจริง ๆ แนะนำให้เริ่มจากสอบถามหน่วยงานปลายทางและตรวจเงื่อนไขตามกฎหมาย/ระเบียบให้ชัดก่อน แล้วค่อยตัดสินใจลงมือจะสบายใจกว่ามาก

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ mon
mon

สส ส่วนใหญ่ก่จะหาใส่กระเป๋าตัวเอง งานจิตอาสาคงไม่ทำยังไม่ใกล้เลือกตั้ง